<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" version="2.0" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"><channel><title><![CDATA[AddVentures]]></title><description><![CDATA[Corporate venture capital & startup partnership]]></description><link>https://addventures.co.th/</link><image><url>https://addventures.co.th/favicon.png</url><title>AddVentures</title><link>https://addventures.co.th/</link></image><generator>Ghost 3.39</generator><lastBuildDate>Mon, 11 May 2026 11:06:13 GMT</lastBuildDate><atom:link href="https://addventures.co.th/rss/" rel="self" type="application/rss+xml"/><ttl>60</ttl><item><title><![CDATA[Digital business models]]></title><description><![CDATA[<ul><li>B2B commerce / marketplace</li><li>Omni accessible</li><li>B2B / enterprise SaaS</li></ul>]]></description><link>https://addventures.co.th/digital-business-models/</link><guid isPermaLink="false">65f13847fe82be007db7cde6</guid><category><![CDATA[Investment - What We Invest]]></category><dc:creator><![CDATA[AddVentures]]></dc:creator><pubDate>Wed, 13 Mar 2024 05:23:43 GMT</pubDate><media:content url="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2024/03/Group-29--5-.jpg" medium="image"/><content:encoded><![CDATA[<ul><li>B2B commerce / marketplace</li><li>Omni accessible</li><li>B2B / enterprise SaaS</li></ul>]]></content:encoded></item><item><title><![CDATA[Health & biotech]]></title><description><![CDATA[<ul><li>Eldercare</li><li>Hygienic solution</li><li>Medical devices</li><li>Innovative therapeutics</li><li>Specialty Materials and Coating (Anti Viral)</li></ul>]]></description><link>https://addventures.co.th/health-biotech/</link><guid isPermaLink="false">65f1381ffe82be007db7cddb</guid><category><![CDATA[Investment - What We Invest]]></category><dc:creator><![CDATA[AddVentures]]></dc:creator><pubDate>Wed, 13 Mar 2024 05:23:10 GMT</pubDate><media:content url="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2024/03/Group-29--4-.jpg" medium="image"/><content:encoded><![CDATA[<ul><li>Eldercare</li><li>Hygienic solution</li><li>Medical devices</li><li>Innovative therapeutics</li><li>Specialty Materials and Coating (Anti Viral)</li></ul>]]></content:encoded></item><item><title><![CDATA[Urbanization]]></title><description><![CDATA[<ul><li>Energy efficiency and management</li><li>Smart living &amp; home energy solutions</li><li>Home electrification</li></ul>]]></description><link>https://addventures.co.th/urbanization/</link><guid isPermaLink="false">65f137edfe82be007db7cdd2</guid><category><![CDATA[Investment - What We Invest]]></category><dc:creator><![CDATA[AddVentures]]></dc:creator><pubDate>Wed, 13 Mar 2024 05:22:14 GMT</pubDate><media:content url="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2024/03/Group-29--3-.jpg" medium="image"/><content:encoded><![CDATA[<ul><li>Energy efficiency and management</li><li>Smart living &amp; home energy solutions</li><li>Home electrification</li></ul>]]></content:encoded></item><item><title><![CDATA[การพัฒนาเทคโนโลยี AI & Ecosystem ในประเทศไทย และการใช้เทคโนโลยี AI ผ่านกลยุทธ์ “Open Innovation” ของ SCG]]></title><description><![CDATA[<p></p><p>จาก<a href="https://addventures.co.th/pii-2030-cchiincchakaawkhuenepnphuunamdaan-ai-ehnuue-shrath-aelayuorp-aidhruue-aim/">บทความ</a>ที่แล้ว ที่ได้มีการกล่าวถึง การแข่งขันของประเทศมหาอำนาจ ซึ่งได้แก่ สหรัฐอเมริกา , จีน และสหภาพยุโรป ในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence; AI) และแผนยุทธศาสตร์ AI2030 ของประเทศจีนในการแซงคู่แข่ง อาทิเช่น สหรัฐฯ เพื่อขึ้นนำเป็</p>]]></description><link>https://addventures.co.th/kaarphathnaaethkhonolyii-ai-ecosystem-ainpraethsaithy-aelakaaraichethkhonolyii-ai-phaanklyuthth-open-innovation-kh-ng-scg/</link><guid isPermaLink="false">610b8f7b228f5e0136800206</guid><category><![CDATA[Blog]]></category><dc:creator><![CDATA[AddVentures]]></dc:creator><pubDate>Thu, 05 Aug 2021 07:00:00 GMT</pubDate><media:content url="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/08/AI-content-cover-3.png" medium="image"/><content:encoded><![CDATA[<img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/08/AI-content-cover-3.png" alt="การพัฒนาเทคโนโลยี AI & Ecosystem ในประเทศไทย และการใช้เทคโนโลยี AI ผ่านกลยุทธ์ “Open Innovation” ของ SCG"><p></p><p>จาก<a href="https://addventures.co.th/pii-2030-cchiincchakaawkhuenepnphuunamdaan-ai-ehnuue-shrath-aelayuorp-aidhruue-aim/">บทความ</a>ที่แล้ว ที่ได้มีการกล่าวถึง การแข่งขันของประเทศมหาอำนาจ ซึ่งได้แก่ สหรัฐอเมริกา , จีน และสหภาพยุโรป ในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence; AI) และแผนยุทธศาสตร์ AI2030 ของประเทศจีนในการแซงคู่แข่ง อาทิเช่น สหรัฐฯ เพื่อขึ้นนำเป็นจ้าวแห่งยุทธจักร AI หรือ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ในความเป็นจริง ไม่เพียงแต่ ประเทศมหาอำนาจที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ที่ได้มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี AI เนื่องจาก AI ถือเป็นเทคโนโลยีที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับสังคมในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคของธุรกิจ อุตสาหกรรม หน่วยงานรัฐ และความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันของคนในสังคม เพราะ AI ถือเป็นเทคโนโลยีที่มีความสามารถคล้ายกับสมองของมนุษย์ ที่สามารถเลียนแบบความสามารถของมนุษย์ที่ซับซ้อนได้ เช่น จดจำ แยกแยะ ให้เหตุผล ตัดสินใจ คาดการณ์ สื่อสารกับมนุษย์ ในบางกรณีอาจไปถึงขั้นเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง จึงทำหน้าที่แทนคน และ/หรือทำงานร่วมกับคน ได้ดีและมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ในระยะเวลาที่สั้น ซึ่งขั้นอยู่กับเนื้องานนั้นๆ ดังจะเห็นได้จากภาพด้านล่างที่แสดงถึงตัวอย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในภาคธุรกิจ ในต่างอุตสาหกรรม</p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/08/ai-tech-example.png" class="kg-image" alt="การพัฒนาเทคโนโลยี AI & Ecosystem ในประเทศไทย และการใช้เทคโนโลยี AI ผ่านกลยุทธ์ “Open Innovation” ของ SCG"><figcaption>Source: NSTDA</figcaption></figure><p>ดังนั้น ประเทศที่พัฒนาเทคโนโลยี AI ได้อย่างรวดเร็ว และสามารถประยุกต์ใช้ในบริบทที่หลากหลาย จะสร้างความได้เปรียบในหลายมิติ และเพิ่มขีดสามารถด้านการแข่งขันของประเทศ อาทิเช่น การลดต้นทุน และค่าใช้จ่าย, การยกระดับคุณภาพชีวิต, ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพิ่มศักยภาพด้านผลผลิต เป็นต้น ดังคำกล่าวของ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่กล่าวไว้ว่า “ผู้ที่ครอบครององค์ความรู้ด้าน AI ได้จะเป็นผู้ที่ครองโลก” ซึ่งสอดคล้องกับการที่ประเทศมหาอำนาจหลาย ๆ ประเทศ ได้มีนโยบายการพัฒนา AI ของประเทศ เช่น</p><ul><li>รัฐบาลประเทศจีน มีแผนยุทธศาสตร์ ผลักดันประเทศจีนไปสู่การเป็นผู้นำด้าน AI ภายในปี 2030 โดยได้ทำความร่วมมือกับ Giant Tech Companies เช่น Tencent, Baidu, Alibaba, Huawei เป็นต้น ในการพัฒนาเทคโนโลยี AI ดังที่กล่าวไว้ใน<a href="https://addventures.co.th/pii-2030-cchiincchakaawkhuenepnphuunamdaan-ai-ehnuue-shrath-aelayuorp-aidhruue-aim/">บทความ</a>ที่แล้ว </li><li>รัฐบาลประเทศญี่ปุ่น ได้มีการออกนโยบายสังคม 5.0 ของญี่ปุ่น เป็นการนำระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data มาใช้ร่วมกับหุ่นยนต์ พร้อมทั้งเชื่อมโยงระบบเข้ากับ IoT ซึ่งจะเป็นการทำให้กิจวัตรประจำวันของคนญี่ปุ่น ตลอดจนบริษัทห้างร้านต่าง ๆ มีความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น</li></ul><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/08/ai-in-other-countries.png" class="kg-image" alt="การพัฒนาเทคโนโลยี AI & Ecosystem ในประเทศไทย และการใช้เทคโนโลยี AI ผ่านกลยุทธ์ “Open Innovation” ของ SCG"><figcaption>Source: NSTDA</figcaption></figure><h3 id="-ai-ai-"><em>หลายๆคนอาจสงสัยว่า แล้วประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยี และทรัพยากรมนุษย์ในด้าน AI หรือไม่? มีแผนยุทธศาสตร์ หรือแม่บทอย่างไร? และองค์กรในไทยมีการนำ AI มาในองค์กรอย่างไร?</em></h3><p></p><p><strong>แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา AI และ Ecosystem ในประเทศไทย</strong></p><p>วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 คณะทำงานจัดทำแผนแม่บทปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย เริ่มเดินหน้าจัดทำแผนแม่บทปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ เพื่อการพัฒนาประเทศไทย โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประธานคณะทำงานร่วมฯ เป็นประธานการประชุมที่จัดขึ้น </p><p>โดยคณะทำงานฯ ได้ตั้งเป้าวิสัยทัศน์สำคัญร่วมกันไว้ว่า “ประเทศไทยจะเป็นประเทศชั้นนำในการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนภายในปี พ.ศ.2570” โดยร่างแผนแม่บทปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติฯ และร่างแผนงานและเป้าหมายสำคัญภายใต้แผนแม่บทฯ มีรายละเอียดดังรูปด้านล่าง</p><p><strong><strong>(ร่าง) แผนแม่บทปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ. 2564-2570)</strong></strong></p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/08/3.---------------------------------------------------------.jpg" class="kg-image" alt="การพัฒนาเทคโนโลยี AI & Ecosystem ในประเทศไทย และการใช้เทคโนโลยี AI ผ่านกลยุทธ์ “Open Innovation” ของ SCG"><figcaption>Source: NSTDA</figcaption></figure><p><strong>(ร่าง) แผนงานและเป้าหมายสำคัญภายใต้แผนแม่บทปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ. 2564-2570)</strong></p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/08/4.---------------------------------------------------------2.jpg" class="kg-image" alt="การพัฒนาเทคโนโลยี AI & Ecosystem ในประเทศไทย และการใช้เทคโนโลยี AI ผ่านกลยุทธ์ “Open Innovation” ของ SCG"><figcaption>Source: NSTDA</figcaption></figure><p><strong>การพัฒนา AI ในประเทศไทย</strong></p><p>สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยี AI ในประเทศไทยนั้น พบว่า ได้มีการวิจัย พัฒนา และนำ AI มาประยุกต์ใช้เป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว ผ่านการวิจัยพัฒนาองค์กรภาครัฐ, ภาคเอกชน, และความร่วมมือกับบริษัท AI ในประเทศไทย และต่างประเทศ ซึ่งการพัฒนา AI ในประเทศไทย นับว่ามีสัญญาณที่ดี จากการการสนับสนุนของรัฐที่สร้าง AI Infrastructure (ดังแสดงในภาพด้านล่าง) และ Ecosystem ในประเทศไทย ซึ่ง AI ถูกประยุกต์ใช้ในองค์กรเอกชนชั้นนำ (โดยส่วนใหญ่จะเป็นการทำ Open Innovation เพื่อนำเทคโนโลยี AI จากต่างประเทศมาใช้ในองค์กร) โดยในเดือนกันยายน 2563 มีการลงนามความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ถึง 3 ด้าน ได้แก่ พิธีลงนามกฎบัตรภาคีปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (Thai AI Consortium), พิธีเปิดโครงการ Super AI Engineer และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดการองค์ความรู้ดิจิทัลการรับรองและพัฒนาทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ (AI Academy Alliance) และปี 2564 ที่ได้มีการร่างแผนยุทธศาสตร์ AI ดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น</p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/08/ai-infra-1.png" class="kg-image" alt="การพัฒนาเทคโนโลยี AI & Ecosystem ในประเทศไทย และการใช้เทคโนโลยี AI ผ่านกลยุทธ์ “Open Innovation” ของ SCG"><figcaption>Source: NSTDA</figcaption></figure><p>ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยี และโครงสร้างปัจจัยพื้นฐานต่างๆ เช่น 5G, Smart Phone เป็นต้น ทำให้เกิดการกระตุ้นการพัฒนาและใช้ AI แบบก้าวกระโดด ในบริษัทเอกชนชั้นนำหลายบริษัทฯ อาทิเช่น:</p><p><strong>ด้านการเงินและธนาคาร</strong></p><p>ธนาคารหลายแห่งได้มีการนำเอาระบบ AI เข้ามาเป็น Back-end operational infrastructure เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้า เช่น</p><ul><li>กลุ่มบริษัท SCB Abacus ได้ใช้ระบบ AI ในการสร้างแอพพลิเคชั่น SCB Easy รวมถึงได้ใช้ AI พัฒนาสินเชื่อแม่มณีศรีออนไลน์ ซึ่งถือเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อออนไลน์กลุ่มลูกค้า SME ที่อยู่ใน LAZADA</li><li>KBTG ที่มี KADE เป็น AI ทำงานเบื้องหลังในแอป K PLUS นอกจากนี้ หลายธนาคารยังนำ AI มาเป็นผู้ช่วยให้กับลูกค้า เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อวิเคราะห์การออม การลงทุน ให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละบุคคล เป็นต้น</li></ul><p><strong>ด้าน Logistics &amp; Supply Chain</strong></p><p>ปัจจุบันสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานในอุตสาหกรรม Logistic &amp; Supply Chain  ได้แบบ End-to-End ตัวอย่างเช่น การต่อยอดประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Experiences) ผ่านการสนทนา นอกจากนี้สามารถนำ AI เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินงานตั้งแต่ส่วนของระบบหลังบ้าน งาน Operation และการให้บริการลูกค้า ด้วยความสามารถด้านการคาดเดาเหตุการณ์ และคาดเดาพฤติกรรมที่ได้ข้อมูลเชิงลึกมากกว่าและเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า เพื่อวางแผนจัดซื้อวัตถุดิบ การผลิต ตลอดจนจัดส่งสินค้าล่วงหน้าก่อนที่ลูกค้าจะสั่งซื้อ ตัวอย่างการใช้งาน AI ได้แก่ ใช้ AI จดจำสินค้าจากรูปภาพและรูปแบบ พร้อมกับดำเนินการย้ายสินค้าใน Store อัตโนมัติได้ และสามารถคาดการณ์ข้อมูลที่จำเป็นได้รวดเร็ว เช่น ความผันผวนของปริมาณการจัดส่งสินค้าทั่วโลกล่วงหน้าก่อน จากข้อมูลหลายส่วนที่ได้รับมาประกอบกัน</p><p><br><strong>ภาครัฐ</strong></p><p>ในปัจจุบัน ภาครัฐมีการนำ AI มาใช้ในการบริหารจัดการระบบงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และใช้ในการวิเคราะห์แทนกิจกรรมที่ใช้ทรัพยากรมนุษย์  เช่น กรมสรรพากรที่พัฒนา AI มาวิเคราะห์การยื่นภาษีของประชาชน เช่น กรมสรรพากรได้มีการนำเอา AI มาวิเคราะห์เกี่ยวกับงานด้านภาษี ทั้งยังมีแผนในการพัฒนาใช้งานด้านการศึกษาและด้านอื่นๆ</p><p><strong>ด้านอสังหาริมทรัพย์</strong></p><p>AI สามารถเข้ามาช่วยในงานก่อสร้าง แบบ End-to-End solutions  เช่น การวิเคราะห์ วางแผน สำรวจโครงสร้างต่างๆ ก่อนก่อสร้าง เพื่อให้สามารถก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประหยัดต้นทุน รวมไปถึงติดตามสถานะระหว่างก่อสร้าง และหลังก่อสร้าง เพื่อให้บริการลูกค้า ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตรงตามความต้องการของลูกค้า</p><p><strong>ด้านสุขภาพ</strong></p><p>การพัฒนา AI มาช่วยวินิจฉัยโรคกันบ้างแล้ว ยกตัวอย่างเช่น</p><ul><li>ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ นำ IBM Watson เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์การรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะมีการนำ AI มาวินิจฉัยโรคอื่นๆ</li></ul><p>					<strong>			นวัตกรรม AI IBM WATSON การรักษาโรคมะเร็ง</strong></p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/08/21.IBMWatson.jpg" class="kg-image" alt="การพัฒนาเทคโนโลยี AI & Ecosystem ในประเทศไทย และการใช้เทคโนโลยี AI ผ่านกลยุทธ์ “Open Innovation” ของ SCG"><figcaption>Source: <a href="https://www.statnews.com/2016/08/19/ibm-watson-cancer-asia/"><strong>Hospitals in Asia use Watson supercomputer for cancer treatment (statnews.com)</strong></a></figcaption></figure><ul><li>ศิริราชที่ตั้งเป้าเป็นผู้นำ AI Center ทางการแพทย์ เช่น ร่วมมือกับฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) และบริษัท Lunit Inc. พร้อมด้วยบริษัท เจ.เอฟ.แอดวาน เมด จำกัด ในการพัฒนาเทคโนโลยี AI ปัญญาประดิษฐ์ เพื่อรังสีวินิจฉัยกับเครื่องมือแพทย์ ช่วยทีมแพทย์วินิจฉัยรอยโรคได้อย่างแม่นยำ พร้อมกับประเมินคัดกรองผู้ป่วย ลดขั้นตอนการทำงานของแพทย์, และร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ ประเทศไทย (จำกัด) ส่งมอบโซลูชันผู้ช่วย AI CT Chest COVID-19  เพื่อประมวลผลและวิเคราะห์รายงานผลผู้ติดเชื้อCOVID-19</li></ul><p><strong>Lunit INSIGHT CXR detecting COVID-19 pneumonia in chest x-ray images (left) &amp; <strong>HUAWEI AI CT Chest COVID-19</strong> (right)</strong></p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/08/xrays345.png" class="kg-image" alt="การพัฒนาเทคโนโลยี AI & Ecosystem ในประเทศไทย และการใช้เทคโนโลยี AI ผ่านกลยุทธ์ “Open Innovation” ของ SCG"><figcaption>Sources:<a href="https://lunit.prezly.com/ai-can-offer-fast-and-reliable-examination-to-triage-covid-19-patients-a-multicenter-retrospective-study-reveals"> https://lunit.prezly.com/ai-can-offer-fast-and-reliable-examination-to-triage-covid-19-patients-a-multicenter-retrospective-study-reveals</a>, https://www.huawei.com/th/news/th/2020/huawei-ai-assisted-technology-services-help-combat-covid-19-in-asia-pacific</figcaption></figure><h3 id="-ai-scg-open-innovation-">การใช้เทคโนโลยี AI ใน SCG ผ่าน “Open Innovation”</h3><p><strong>SCG เป็นองค์กรชั้นนำของประเทศองค์กรหนึ่ง ที่ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีจาก Giant Tech Companies และหรือ Startups ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ในองค์กร ตลอดจนการหา และร่วมพัฒนา Solution เพื่อแก้ Pain Point ที่พบเจอในการทำงาน และธุรกิจ เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงาน, คิดค้นผลิตภัณฑ์ และบริการ รวมถึง business model ใหม่ๆ </strong></p><p><strong>ซึ่ง AI Solutions ก็เป็นสิ่งที่ SCG ได้นำมาใช้ในองค์กร ให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผล และเป็นประโยชน์ต่อ Stakeholders และสังคมโดยรวม โดยที่ผ่านมา ได้มีการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในองค์กร จึงขอยกตัวอย่างจาก projects ที่ข้าพเจ้าได้เข้าไปมีส่วนร่วม ดังรายละเอียดต่อไปนี้</strong></p><p><strong>1.ด้าน End – to – End Logistics &amp; Supply Chain Management</strong><br>Siam Fiber Cement Group (SFCG) ในเครือ SCG Cement-Building Materials ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ (Fiber Cement Board and Wood Substitute) อาทิเช่น สมาร์ทบอร์ด เอสซีจี, ไม้สังเคราะห์ เอสซีจี และวัสดุตกแต่ง เอสซีจี เดคคอร์ เป็นต้น</p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/08/scg-smartboard.png" class="kg-image" alt="การพัฒนาเทคโนโลยี AI & Ecosystem ในประเทศไทย และการใช้เทคโนโลยี AI ผ่านกลยุทธ์ “Open Innovation” ของ SCG"><figcaption>Source: <a href="https://www.scgbuildingmaterials.com/th/product/smartboard">https://www.scgbuildingmaterials.com/th/product/smartboard</a></figcaption></figure><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/08/scg-artificial-wood.png" class="kg-image" alt="การพัฒนาเทคโนโลยี AI & Ecosystem ในประเทศไทย และการใช้เทคโนโลยี AI ผ่านกลยุทธ์ “Open Innovation” ของ SCG"><figcaption>Source: <a href="https://www.scgbuildingmaterials.com/th/product/wood-substitute">https://www.scgbuildingmaterials.com/th/product/wood-substitute</a></figcaption></figure><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/08/scg-decor.png" class="kg-image" alt="การพัฒนาเทคโนโลยี AI & Ecosystem ในประเทศไทย และการใช้เทคโนโลยี AI ผ่านกลยุทธ์ “Open Innovation” ของ SCG"><figcaption>Source: <a href="https://scgdcor.scgbuildingmaterials.com/index.php/home">https://scgdcor.scgbuildingmaterials.com/index.php/home</a></figcaption></figure><p>ซึ่งนำโดยทีม Supply Chain Management ของ SFCG ที่มีความคิดริเริ่มในการนำเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI/ML เข้ามาช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการทำงาน มากยิ่งขึ้น</p><p>โครงการนี้ SFCG ได้ร่วมมือกับ Ignitor (AddVentures by SCG) ในการจัดหา Tech potential partnership ผ่าน “Open Innovation” และดำเนินโครงการทดลอง (Proof-of-Concept: PoC) กับ บริษัท Siametrics เพื่อพัฒนาระบบบริหารการจัดการเติมสินค้าแบบครบวงจร และพัฒนาระบบบริหารการจัดการขนส่ง (Smart Fulfillment &amp; Cargo Loading optimization platforms) ซึ่งปัจจุบัน ได้ดำเนินการ PoC แล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างการพัฒนา platforms</p><p><strong>End – to – End Logistics and Supply Chain Management</strong></p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/08/siametrics2.png" class="kg-image" alt="การพัฒนาเทคโนโลยี AI & Ecosystem ในประเทศไทย และการใช้เทคโนโลยี AI ผ่านกลยุทธ์ “Open Innovation” ของ SCG"><figcaption>Source: Siametrics</figcaption></figure><p>โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ได้แก่</p><ul><li>เพื่อเพิ่มรายได้ด้วยการใช้เทคโนโลยีรองรับการขยายฐานลูกค้าไปยังลูกค้า segment ใหม่ (อาทิเช่น Digital Partner ต่างๆ )  และ segment เดิม รวมถึงตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีพฤติกรรมสั่งสินค้าแบบ Small lot  ตั้งแต่การวางแผนและจัดการการเติมสินค้าที่มีประสิทธิภาพ ที่มีการแนะนำวัน, เวลา, SKU, ปริมาณสินค้า ที่แต่ละร้าน ควรเติม เป็นต้น</li><li>ลดต้นทุนการบริหารจัดการสินค้าของทั้ง Value Chain อาทิเช่น การนำ Inventory Optimization and Replenishment decision มาใช้จะช่วยให้ ตัวแทนจำหน่าย (Vendor) ซึ่งถือว่าเป็นลูกค้า fulfillment services ประหยัดต้นทุนในการบริหารจัดการสินค้าได้อีกด้วย</li><li>ลดต้นทุนค่าขนส่ง ด้วยระบบ software ที่เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการงานขนส่งสินค้าเพื่อให้มีค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด ซึ่งมีความสามารถในการรวบรวมคำสั่งซื้อที่อยู่ในเส้นทางเดียวกันและคำนึงถึงการวางแผนการบรรทุกสินค้าที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดและลดเวลาในการจัดส่งได้</li></ul><p>โครงการพัฒนาระบบฯ มุ่งเน้นในการนำข้อมูลในการดำเนินงานต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อช่วยลดขั้นตอนการทำงานด้วยกระบวนการแบบอัตโนมัติ และช่วยเพิ่มศักยภาพในการบริหารทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้มีต้นทุนในการบริการที่ต่ำลง อีกทั้งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบและวัดผลของกระบวนการต่าง ๆ ภายใต้ระบบที่อยู่บน Cloud ได้ดีขึ้นจากเดิมด้วย ทั้งนี้ ผลลัพธ์ของโครงการโดยรวมจะเป็นรากฐานสำคัญในการเติบโตของ SFCG อย่างมีประสิทธิภาพและจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืนและมั่นคงต่อไป</p><p>หากสนใจ สินค้า และบริการของ SFCG เพิ่มเติม สามารถดูรายละเอียด ได้ที่</p><p>สมาร์ทบอร์ด เอสซีจี:</p><ul><li><a href="https://www.scgbuildingmaterials.com/th/product/smartboard">https://www.scgbuildingmaterials.com/th/product/smartboard</a>,</li><li><a href="https://www.scgbuildingmaterials.com/media/default/2020/download/catalog/smartboard-catalog.pdf">https://www.scgbuildingmaterials.com/media/default/2020/download/catalog/smartboard-catalog.pdf</a></li></ul><p>ไม้สังเคราะห์ เอสซีจี:</p><ul><li><a href="https://www.scgbuildingmaterials.com/th/product/wood-substitute">https://www.scgbuildingmaterials.com/th/product/wood-substitute</a></li><li><a href="https://www.scgbuildingmaterials.com/media/default/2021/download/catalog/wood-substitute2.pdf">https://www.scgbuildingmaterials.com/media/default/2021/download/catalog/wood-substitute2.pdf</a></li></ul><p>วัสดุตกแต่ง เอสซีจี เดคคอร์</p><ul><li><a href="https://scgdcor.scgbuildingmaterials.com/index.php/home">https://scgdcor.scgbuildingmaterials.com/index.php/home</a></li></ul><p><strong>2. ด้าน Customer Service and Employee Engagement (Natural Language Processing (NLP): Speech to Text, and Text Analytics)</strong></p><p><strong>CPAC Construction Solution/CCS</strong> </p><p>ผู้ให้บริการด้านงานก่อสร้างแบบครบวงจร นำโดยศูนย์พัฒนาต้นแบบงานบริการ CPAC Contact Center Management, และทีม Business Consultant ได้ร่วมมือกับ Ignitor (AddVentures by SCG) ในการจัดหา Tech potential partnership ผ่าน “Open Innovation” และดำเนินโครงการทดลอง (Proof-of-Concept: PoC) กับ บริษัท AI9 (Thai AI Deep Tech Company in Thai Speech and Language Understanding) ซึ่งเป็นบริษัทฯ หนึ่งในโครงการ AI for Thai ภายใต้การวิจัย และพัฒนาของ NSTDA และ NECTEC เพื่อนำเทคโนโลยี Speech-to-text เข้ามาช่วยในงาน customer service ในการรับคำติชมบริการของลูกค้าที่เกี่ยวกับสินค้าและบริการ รวมไปถึงการแปลบทสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) </p><p>จากการทำวิจัยทางการตลาด ซึ่งปัจจุบันใช้คนในการแปลข้อความจากเสียง และพิมพ์บันทึกข้อความจากไฟล์เสียงของลูกค้าที่ได้รับจากระบบ Call Center (เฉลี่ย 1,000 สายต่อเดือน) ซึ่งเกิดความล่าช้า และอาจก่อให้เกิดข้อผิดพลาดในการทำงาน ดังนั้น แพลตฟอร์ม Vataya ของ AI9 จึงจะเข้ามาช่วยในการแปลง Speech คำติชมของลูกค้า ออกมาเป็นไฟล์ text ได้อัตโนมัติในระยะเวลาที่รวดเร็ว รวมถึงสามารถนำข้อความเหล่านี้ ไปต่อยอดทำ text/sentiment analytics เพื่อปรับปรุงการให้บริการที่ตรงต่อความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบัน โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการพัฒนาฯ เพื่อใช้งานจริง</p><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/08/vataya1.png" class="kg-image" alt="การพัฒนาเทคโนโลยี AI & Ecosystem ในประเทศไทย และการใช้เทคโนโลยี AI ผ่านกลยุทธ์ “Open Innovation” ของ SCG"></figure><p><strong>NLP - Speech to text for customer service (Ready-Mix Concrete Solution)</strong></p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/08/23.CCS-NLP-project.jpg" class="kg-image" alt="การพัฒนาเทคโนโลยี AI & Ecosystem ในประเทศไทย และการใช้เทคโนโลยี AI ผ่านกลยุทธ์ “Open Innovation” ของ SCG"><figcaption>Source: AddVentures, AI9, CPAC/CCS</figcaption></figure><p><strong>SCGP </strong></p><p>ผู้นำด้านโซลูชันบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร นำโดยทีม Corporate Human Resource, Organization Development (OD) และทีม Technology and Digital Platform, Strategic Supply Chain ได้ร่วมมือกับ Ignitor (AddVentures by SCG) ในการจัดหา Tech potential partnership ผ่าน “Open Innovation” และดำเนินโครงการทดลอง (Proof-of-Concept: PoC) กับ บริษัท AI9 (Thai AI Deep Tech Company in Thai Speech and Language Understanding) เพื่อนำเทคโลโนยีเข้ามาช่วยในงาน Internal Survey (Deep-structure Interview)  ในการสัมภาษณ์พนักงาน สำหรับทัศนคติที่มีต่อองค์กร ผ่าน Cultural Diagnostic Model ซึ่งแบ่งหัวข้อเป็น 9 ด้าน (46 หัวข้อย่อย) อาทิเช่น Leadership, Working Environment, Accountability, Capability เป็นต้น เพื่อใช้ในการพัฒนาองค์กร โดยมีรายละเอียดโครงการดังต่อไปนี้</p><p>วัตถุประสงค์：</p><ul><li>หาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการกระบวนทำงานของพนักงาน เพื่อลดระยะเวลาในการทำงาน และลดความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ ในกระบวนการ Deep-structure Interview ผ่าน Cultural Diagnostic Model ซึ่งมีการสัมภาษณ์พนักงานในมุมต่างๆ เช่น ภาวะความเป็นผู้นำ, บรรยากาศในการทำงาน, ทิศทางและเป้าหมาย เป็นต้น</li><li>ต่อยอดความสามารถของเทคโนโลยี โดยเฉพาะในเชิงวิเคราะห์ เพื่อนำผลที่ได้ ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาองค์กร รวมถึงนำเทคโนโลยีดังกล่าว ไปใช้ในงานอื่น เพื่อพัฒนาองค์กร</li></ul><p>ปัจจุบัน ในการเก็บข้อมูลแต่ละครั้ง จะใช้การสัมภาษณ์ และการบันทึกข้อมูลด้วยการพิมพ์ หรือการจดบันทึกของพนักงาน ซึ่งพนักงานที่สัมภาษณ์ต้องนำข้อมูลที่ได้จากการเก็บดังกล่าว มาทำ Analysis&amp;Synthesis เพื่อจัด category ของคำตอบพนักงาน ตามหมวดหมู่คำถาม  และจัดทำ sentiment analysis (positive/negative) ด้วยตนเอง ทำให้อาจจะเกิดความผิดพลาดในการทำงาน และความล่าช้าในการประมวลผล และจัดการ ซึ่ง platform ของ AI9 จะสามารถเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการทำ Internal Survey ผ่านเทคโนโลยี Natural Language Processing ( AI/ML NLP) ได้ </p><p>สถานะปัจจุบันของโครงการ  ในระยะแรก ได้เริ่มทดลองในส่วนของ Text Analytics ผ่าน platform CUICUI ของ AI9 และมีการใช้งานจริงแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับ model และ operational processes เพื่อให้ model มีความแม่นยำยิ่งขึ้น โดยการนำ AI/ML NLP สำหรับ Text Analytics มาใช้ในส่วนของการทำ topic classification และ sentiment analytics โดยพนักงาน OD สามารถนำ Excel ที่บันทึกการสัมภาษณ์ upload เข้าไปในระบบ AI9 และระบบสามารถจัด category คำตอบของผู้ที่ถูกสัมภาษณ์ ลงในหมวดหมู่คำถามสำหรับวินิจฉัยวัฒนธรรมองค์กร เช่น ภาวะความเป็นผู้นำ, บรรยากาศในการทำงาน, ทิศทางและเป้าหมายขององค์กร เป็นต้น และวิเคราะห์ผล (Sentiment Analysis) ได้โดยอัตโนมัติ หลังจากนี้จะขยายผลการใช้ AI/ML NLP เช่น Speech-to-Text ต่อไป</p><p><strong>				<strong>AI9: CUICUI “Intelligent Voicebot &amp; Digital Assistant”</strong></strong></p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/08/cuicui.png" class="kg-image" alt="การพัฒนาเทคโนโลยี AI & Ecosystem ในประเทศไทย และการใช้เทคโนโลยี AI ผ่านกลยุทธ์ “Open Innovation” ของ SCG"><figcaption>Source: AI9</figcaption></figure><p><strong><strong>Natural Language Processing (NLP) – Speech to Text &amp; Text Analytics by using hybrid model (pattern based and ML) for internal survey (Deep-structure Interview)：SCGP OD Use Case</strong></strong></p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/08/22.SCGP-NLP-project.jpg" class="kg-image" alt="การพัฒนาเทคโนโลยี AI & Ecosystem ในประเทศไทย และการใช้เทคโนโลยี AI ผ่านกลยุทธ์ “Open Innovation” ของ SCG"><figcaption>Source: AddVentures, SCGP OD</figcaption></figure><p>สำหรับโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นได้ เนื่องจาก SCGP โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีม Organization Development (OD) มุ่งสู่การทำงาน A+++ ด้วยการใช้ Data and Technology ในการทำงาน รวมถึง Mindset &amp; Behavior ของคนที่พร้อมเติบโตไปด้วยกัน  โดยในมุมของ Data and Technology driven ทีม OD มีสองบทบาท คือ ทั้งบทบาทที่พยายามสร้างให้คนใช้ data and technology  ในการทำงานมากขึ้น โดยพยายามกระตุ้นผ่าน การสร้างบรรยากาศการทำงานโดยกำหนดไว้ใน ritual ของวัฒนธรรมองค์กร รวมถึงสร้างให้ Leader เป็น Role model ที่ดีให้กับทีมงาน ขณะเดียวกันทีมเองได้นำเอา Data มาใช้ในการทำงานและปรับปรุงงานด้วยในหลายๆจุด เช่น  เริ่มจากเรื่องพื้นฐาน ได้แก่การจัดเก็บข้อมูล Survey และ Diagnostic ที่เราทำในหลายๆ areas ไว้บน Cloud base เพื่อให้เกิการ share resource ระหว่างกันภายในทีม ตลอดจนสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกันได้ ในการวิเคราะห์ข้อมูล ทีมจะใช้ทักษะและประสบการณ์ของทีมเป็นหลัก </p><p>ปัจุบันธุรกิจ SCGP มีความเติบโต และ ขยายอย่างรวดเร็ว  ทีม OD จึงคิดว่า จะทำอย่างไร ให้สามารถทำ Survey และ Diagnosis ได้รวดเร็วขึ้น มีความถูกต้องมากขึ้น และ ยังสามารถเก็บข้อมูลไว้ใช้ในอนาคตได้ด้วย จึงเป็นที่มาของ project data and technology driven ในงาน OD การทดลองใช้ CUICUI ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในการสร้างให้งานของทีม มีการใช้ Technology มากขึ้น โดยให้ข้อมูลถูกประเมินผลมาควบคู่กับการใช้ทักษะปัจจุบันของทีม แม้ว่าจะเป็นช่วงเริ่มแรก และ ต้องใช้พลังในงานทำให้ % of accuracy สูงขึ้น การเริ่มใช้ platform ก็ช่วยให้ทีมได้เกิดการเรียนรู้ ที่จะปรับปรุงงานของเราให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการจัดเก็บข้อมูลเป็นระบบมากขึ้น ในอนาคตเชื่อว่า ถ้าทีมมีการทดลอง และเพิ่มความสามารถให้กับ platform ก็จะช่วยให้งานของเราเป็น A+++ คือ Accelerate ตอบสนองลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว Accuracy  ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง และ Agility มีความคล่องตัวในการต่อยอดระหว่างกันภายในภายนอกทีมได้อย่างแน่นอน</p><p><strong>SCGP: Corporate Human Resource, Organization Development Team</strong></p><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/08/16.SCGP-OD-team.jpg" class="kg-image" alt="การพัฒนาเทคโนโลยี AI & Ecosystem ในประเทศไทย และการใช้เทคโนโลยี AI ผ่านกลยุทธ์ “Open Innovation” ของ SCG"></figure><p><strong>3. <strong>ด้าน Corporate Social Responsibility</strong></strong></p><p><strong>Smart Green Solution by CPAC</strong> ได้ร่วมมือกับ Ignitor (AddVentures by SCG และ DeepTech) ในการจัดหา Tech potential partnership ผ่าน “Open Innovation” และดำเนินโครงการทดลอง (Proof-of-Concept: PoC) กับบริษัท RiCult ประเทศไทย (AI/Data/Tech/Financial-based digital solutions for the agricultural ecosystem) เพื่อนำเทคโนโลยี และ Ecosystem ในแพลตฟอร์มของ Ricult เข้ามาช่วยในการจัดหา Biomass Supplies (เศษซากพืชที่จากเก็บกี่ยว เช่น ฟางข้าว, อ้อย, ข้าวโพด เป็นต้น) นำมาเป็น Alternative fuels เพื่อลด PM2.5 และ Carbon ที่เกิดจากการเผาซากพืชหลังการเก็บเกี่ยวของเกษตรกร ทั้งยังเพิ่มการใช้พลังงาน Green Energy, และสร้างรายได้ให้องค์กร และโดยเฉพาะเป็นการสร้างรายได้ให้เกษตรกร ผ่าน technology และ ecosystem ของ startup และ SCG โดยเฉพาะ CCS/CPAC อาทิเช่น</p><ul><li>เกษตรกรรายย่อย สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี (AI/ML) ของ RiCult เพื่อดูพยากรณ์อากาศ และปริมาณน้ำฝน  เพื่อวางแผนการเพาะปลูกของตัวเอง ให้ได้ผลผลิตที่มีประสิทธิผลที่สุด ทำให้ขายได้ราคา</li></ul><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/08/17.Ricult-digital-too-to-help-farmer.jpg" class="kg-image" alt="การพัฒนาเทคโนโลยี AI & Ecosystem ในประเทศไทย และการใช้เทคโนโลยี AI ผ่านกลยุทธ์ “Open Innovation” ของ SCG"><figcaption>Source: RiCult</figcaption></figure><ul><li>เกษตรกรรายย่อย สามารถเข้าถึง ecosystem ต่างๆ เช่น ธนาคารเพื่อขอเงินกู้, suppliers (ร้านขายปุ๋ย และอุปกรณ์เครื่องมือ ในการเกษตร เป็นต้น), buyers (ผู้รับซื้อผลผลิตทางการเกษตร เป็นต้น)</li><li>เกษตรกรรายย่อย สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการเพาะปลูกชนิดนั้นๆ, ราคาสินค้าเกษตร เป็นต้น</li></ul><p>สำหรับในภาคธุรกิจ อาทิเช่น CPAC/CCS Energy Business สามารถใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการ supply chain (End – to – End solutions) สำหรับธุรกิจ Green/Alternative Fuels เช่น สามารถทราบ profile เกษตรกร, location, วันเวลาที่จะเก็บเกี่ยว, ชนิดพืช, จำนวน supplies บน RiCult (ดังแสดงในรูปด้านล่าง) เพื่อช่วยในการวางแผน จัดการทรัพยากรก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับองค์กร และมีส่วนช่วยในการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อไป</p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/08/18.Ricult-Map-of-farmers.jpg" class="kg-image" alt="การพัฒนาเทคโนโลยี AI & Ecosystem ในประเทศไทย และการใช้เทคโนโลยี AI ผ่านกลยุทธ์ “Open Innovation” ของ SCG"><figcaption>Source: RiCult</figcaption></figure><p>ปัจจุบัน โครงการดังกล่าว เสร็จสิ้นกระบวนการ PoC เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณา ว่าจะดำเนินงานร่วมกันอย่างไร </p><p><strong>ZeroBurn (Energy Pellet) Project: PoC process</strong></p><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/08/team.png" class="kg-image" alt="การพัฒนาเทคโนโลยี AI & Ecosystem ในประเทศไทย และการใช้เทคโนโลยี AI ผ่านกลยุทธ์ “Open Innovation” ของ SCG"></figure><p>จากข้อความข้างต้น แม้ว่าการพัฒนา AI ในประเทศไทยจะอยู่ในขั้นเริ่มต้นในบางธุรกิจ และอุตสาหกรรม  และไทยยังคงต้องพึ่งพาเทคโนโลยี โดยเฉพาะ ในส่วนของ Deep Tech จากบริษัทฯ ในต่างประเทศ แต่จากการที่รัฐฯ เข้ามามีบทบาทสนับสนุน กอปรกับการสนับสนุนขององค์กรเอกชนชั้นนำต่างๆ ที่ทำให้เกิดการพัฒนาด้านบุคลากรและทรัพยากร เทคโนโลยี AI ในประเทศไทยน่าจะมีการพัฒนา และใช้งานมากยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยให้ประเทศชาติพัฒนาเท่าเทียมประเทศอื่น</p><p>สุดท้ายนี้ ผู้เขียนขอขอบพระคุณทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ Business Units, Sub-Business Units, ซึ่งรวมถึงผู้บริหาร และทีมงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ตลอดจน startups ที่เห็นความสำคัญของการนำเทคโนโลยี มาใช้ในองค์กร ช่วยกันผลักดันให้เกิดโครงการดังที่กล่าวมา ก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้, การสร้างสรรแนวคิดการทำงานใหม่ทั้ง Mindset และ Behavior, การทำให้เกิด business/product/service ใหม่ ใน SCG และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม และประเทศชาติ ทั้งทางตรง และทางอ้อม มา ณ ที่นี้อย่างสูง หากตกหล่นท่านใดไป หรือมีความผิดพลาดประการใด ขออภัย มา ณ ที่นี้\</p><p><br><strong>เรียบเรียงโดย:</strong> Jutamard (T.t.), Investment and Digital Partnership Manager</p><p>Reference:</p><ul><li><a href="https://waa.inter.nstda.or.th/stks/pub/nac/2021/slide/ss31-lec03.pdf">https://waa.inter.nstda.or.th/stks/pub/nac/2021/slide/ss31-lec03.pdf</a></li><li><a href="https://techsauce.co/tech-and-biz/ai-technology-in-thailand">https://techsauce.co/tech-and-biz/ai-technology-in-thailand</a></li><li><a href="https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/national-ai-2-2021.html">https://www.nectec.or.th/news/news-pr-news/national-ai-2-2021.html</a></li></ul>]]></content:encoded></item><item><title><![CDATA[A quick glimpse: how are AddVentures’ CVC peers doing in China?]]></title><description><![CDATA[<p>Ever heard of Sequoia China, Hillhouse, Matrix Partners, etc.? These big names in China keep writing fat checks to startups and popping out everyone’s eyes. However, aside from them, Corporate Venture Capital has become more and more active in China and bring in unique values to the ecosystem; sometimes,</p>]]></description><link>https://addventures.co.th/a-quick-glimpse-how-are-addventures-cvc-peers-doing-in-china/</link><guid isPermaLink="false">60ed59a5228f5e01368001d9</guid><category><![CDATA[Blog]]></category><dc:creator><![CDATA[AddVentures]]></dc:creator><pubDate>Tue, 13 Jul 2021 12:59:58 GMT</pubDate><media:content url="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/07/China-content-cover-2.png" medium="image"/><content:encoded><![CDATA[<img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/07/China-content-cover-2.png" alt="A quick glimpse: how are AddVentures’ CVC peers doing in China?"><p>Ever heard of Sequoia China, Hillhouse, Matrix Partners, etc.? These big names in China keep writing fat checks to startups and popping out everyone’s eyes. However, aside from them, Corporate Venture Capital has become more and more active in China and bring in unique values to the ecosystem; sometimes, for entrepreneurs they are even preferable to their traditional VC peers.</p><p><strong>1.     CVC in China at a glance</strong></p><p>In recent years, the amount invested by CVC accounts for around 20% of total money invested by VC in China. Considering the number of deals by CVC is less than independent VC, the average deal size by CVC is larger than independent VC. The median number of deal size on average of CVC in 2018 was RMB 21 million, while it was RMB 13.5 million by traditional VC.</p><p>For industries, TMT is no doubt the NO.1 sector CVC focus on, mainly due to the giant players such as Tencent, Alibaba, Baidu. In terms of geography, Beijing is the NO.1 target place for both CVC and traditional VC as more startups are there, however, CVC also explores opportunities in overseas market while traditional VC does not as many of them are mandated to invest in China only.</p><p><strong>2.     Main players</strong></p><p>Tencent and Alibaba doubtlessly have the biggest unrivalled reputation, even in ASEAN as they backed Shopee, Lazada and more. In addition to that, many others conduct their investments out of the spotlight, especially those in traditional industries.</p><p>Players in high tech-driven sector such as Bosch Ventures Capital, Qualcomm Ventures, Lenovo Capital, NGP Capital (by Nokia), Samsung Venture Investment, etc. are active. Real estate and auto sectors are not far behind with players like Country Garden (Bi Gui Yuan) Venture Capital, Vanke, and SAIC Motor, Geely, etc.</p><p>BASF, as SCG’s peer company in chemical sector, also set up a team in China by its CVC arm BASF Venture Capital in 2018.</p><p><strong>3.     Strategy</strong></p><p>Compared to traditional VC whose top and only goal is to generate ultra-high return for LP, CVC’s strategy is a bit more complicated and in China it has adjusted by time as CVC digs in.</p><p>Strategic synergy is the reason why corporates set up the VC arms in the first place. And CVC in China aims to source the opportunities vertically and horizontally in their ecosystem, and at the same time provide value for startups as well. Distribution network, supply chain resources, talent and capital contribution, and industry experience are the key words we see from CVC.</p><p>At the early stage, CVC strictly sticks to synergy-driven strategy and BU’s involvement is required. This keeps CVC on the original track, but some CVCs admitted that they have missed some pretty good investment, such as NGP Capital. As a result, at the second stage CVC started to focus a bit more on financial return and tried to do investments with a little bit more flexibility. One interesting thing we have noticed in China is that some CVC funds are even open to other third-party LPs and start to raise money on the open market; LPs like this idea because they believe a CVC GP has the industry knowhow. Nonetheless, strategy synergy and the potential to bring in the S-curve growth remains the priority for all CVCs in China.</p><p><strong>4.     Examples</strong></p><p>In 2018, BASF Ventures in China invested in Prismlab, a 3D printing tech startup in China. Later in 2021 they rolled out a new 3D printing material product for dental use. BASF Ventures in China also invested in a smart farming and livestock tech company.</p><p>Lenovo Capital focused on IoT, edge computing, cloud, big data and AI-driven industry internet. Some of them are not strictly aligned with Lenovo’s current business but Lenovo Capital sees the future potential. In early 2019 Lenovo invested in NEDplusAR, an AR/VR startup in Beijing. As an exceedingly popular startup, NEDplusAR chose Lenovo Capital among many investors because they preferred the assistance in supply chain in later mass production period from Lenovo Group. Besides, NEDplusAR also supplies optical components for Lenovo’s industrial-use AR glasses.</p><p>Country Garden, the largest real estate developer who recorded highest sales in China in 2020, set up Country Garden Venture Capital in early 2019. First theme is real estate and along its upstream and downstream such as robots, building material, etc. Another theme is about community, focusing on the 20 million homeowners who bought from Country Garden. In this context, Country Garden Venture Capital looks at EV, PV solution for buildings, healthcare, consumer product, etc.</p><p>Quicktron, a leading automated smart warehouse logistics solution provider, in 2017 raised its Series B fund from Cainiao and Softbank China; this is one of many strategic investments made by Cainiao, the largest 4PL and logistics platform company in China. Now Quicktron’s robots and systems serve both Cainiao and many other customers in e-com, logistics, retail, etc.</p><p><strong>5.     New trend</strong></p><p>CVCs also aim for the big future and thrive to help their mother companies get prepared. Tech companies focus a lot on 5G application, IoT, AI and automation; unmanned driving is definitely a hot topic for transportation related companies including logistics players; green energy and EV are also a popular area for big companies in China. Consumption sector as an old good sector still draws lots of attention from CVC, recently Meituan just beat many other investors including ByteDance to solo invest in a fast-growing coffee brand called Manner Coffee.</p><p><strong>6.     AddVentures in China</strong></p><p>China is one of the key markets for AddVentures doubtlessly and we focus on B2B, industrial and enterprise just like we do in other markets, plus certain specific topics we prefer including cross border, logistics, e-commerce, etc. We have invested in China Renaissance, who is one of the leading GPs in China covering all main sectors and the investor of JD.com, Xiaomi, Didi, etc.</p><p>In addition to investment, AddVentures also actively searches for potential collaboration and commercial opportunities. We look to bring in great technology, product or service to our customers in ASEAN. Discussions we are having right now include with an agriculture tech startup, a leading B2B supply chain startup, cross-border logistics and some other high-tech startups.</p><p></p><p><strong>By Zesu Wei, Investment Manager</strong></p><p></p><p><strong>References: </strong></p><p><a href="https://www.cyzone.cn/article/635031.html"><em>https://www.cyzone.cn/article/635031.html</em></a></p><p><a href="https://www.cyzone.cn/article/634876.html"><em>https://www.cyzone.cn/article/634876.html</em></a></p>]]></content:encoded></item><item><title><![CDATA[ฉายแนวคิดการลงทุนของ ‘AddVentures’ หนึ่งใน VC ไทยภายใต้เครือ SCG พร้อมมองโอกาสของ ‘สตาร์ทอัพ’ ในยุคปัจจุบัน]]></title><description><![CDATA[https://thestandard.co/addventures/?fbclid=IwAR15_N5VbPvhD4SVoUuBY21KDLcEwW4VoVFPAzenIxlIe9_KNYWEAY9dFYQ]]></description><link>https://addventures.co.th/chaayaenwkhidkaarlngthunkh-ng-addventures-hnuengain-vc-aithyphaayaitekhruue-scg-phr-mm-ngo-kaaskh-ng-staarth-aph-ainyukhpacchcchuban/</link><guid isPermaLink="false">610bc899228f5e01368003a6</guid><category><![CDATA[News]]></category><dc:creator><![CDATA[AddVentures]]></dc:creator><pubDate>Tue, 01 Jun 2021 11:16:00 GMT</pubDate><media:content url="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/08/AddVentures.jpg" medium="image"/><content:encoded/></item><item><title><![CDATA[อยากลงทุนธุรกิจ ‘สตาร์ทอัพ’ จะประเมินมูลค่ากันอย่างไร?]]></title><description><![CDATA[<p>	เมื่อพูดถึง ‘สตาร์ทอัพ (Start-up)’ ตามความเข้าใจโดยทั่วไปแล้วจะหมายถึงธุรกิจใหม่ที่ถูกก่อร่างสร้างขึ้นมาโดยผู้ประกอบการยุคใหม่ ผ่านการพยายามพัฒนาธุรกิจภายใต้ ‘ไอเดีย’ เจ๋งๆ หรือ ‘เทคโนโลยี’ ที่น่าทึ่ง ก่อนที่จะนำเสนอตัวเองให้เป็นที่รู้จักผ่านผลิ</p>]]></description><link>https://addventures.co.th/startup-valuation-methods/</link><guid isPermaLink="false">60ac99de481cab0135f174f4</guid><category><![CDATA[Blog]]></category><dc:creator><![CDATA[AddVentures]]></dc:creator><pubDate>Tue, 25 May 2021 06:34:19 GMT</pubDate><media:content url="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/05/Webbrand-01.jpg" medium="image"/><content:encoded><![CDATA[<img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/05/Webbrand-01.jpg" alt="อยากลงทุนธุรกิจ ‘สตาร์ทอัพ’ จะประเมินมูลค่ากันอย่างไร?"><p>	เมื่อพูดถึง ‘สตาร์ทอัพ (Start-up)’ ตามความเข้าใจโดยทั่วไปแล้วจะหมายถึงธุรกิจใหม่ที่ถูกก่อร่างสร้างขึ้นมาโดยผู้ประกอบการยุคใหม่ ผ่านการพยายามพัฒนาธุรกิจภายใต้ ‘ไอเดีย’ เจ๋งๆ หรือ ‘เทคโนโลยี’ ที่น่าทึ่ง ก่อนที่จะนำเสนอตัวเองให้เป็นที่รู้จักผ่านผลิตภัณฑ์หรือบริการรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน<br>	อย่างไรก็ตาม ระหว่างทางก่อนที่สตาร์ทอัพจะเดินไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ ‘เงินลงทุน’ ยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทุกธุรกิจจำเป็นต้องมี ซึ่งแหล่งเงินลงทุนของสตาร์ทอัพมักจะมาจากบุคคลภายนอก อย่างเช่น Venture Capital หรือ Angel Investor เป็นต้น <br>	แต่ก่อนที่นักลงทุนเหล่านี้จะตัดสินใจใส่เงินลงทุนในธุรกิจใดๆ สิ่งที่จำเป็นจะต้องรู้ให้ได้ก่อนคือ ‘มูลค่าของสิ่งที่จะลงทุน’ มันคือเท่าใดกันแน่? ซึ่งการประเมินมูลค่าของสตาร์ทอัพก็สามารถทำได้หลากหลายวิธี <br></p><h2 id="1-berkus-approach">1) Berkus Approach</h2><p>	คิดค้นโดย Dave Berkus นักลงทุนทั้งประเภท Angel Investor และ Venture Capital ชาวอเมริกัน ซึ่ง Dave Berkus บอกไว้ว่า การประเมินมูลค่าสตาร์ทอัพจะดูผ่าน 5 ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ได้แก่ 1.มูลค่าพื้นฐาน 2.เทคโนโลยี 3.การดำเนินการ 4.กลยุทธ์สร้างความสัมพันธ์กับฐานลูกค้าหลัก และ 5.กระบวนการผลิตและยอดขายภายหลัง<br>	การประเมินมูลค่าด้วยวิธีนี้ จะให้มูลค่าของกิจการเป็นตัวเลขผ่านทั้ง 5 ปัจจัยดังกล่าว และบวกเพิ่มเข้าไปจากมูลค่าของกิจการโดยพื้นฐาน ทั้งนี้ Berkus Approach บางครั้งจะถูกเรียกว่า The Stage Development Method หรือ The Development Stage Valuation Approach เหมือนกัน<br></p><h2 id="2-cost-to-duplicate-approach">2) Cost-to-Duplicate Approach</h2><p>	วิธีนี้จะเป็นการรวมเอาต้นทุนและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับสตาร์ทอัพและการพัฒนาสินค้า รวมถึงการซื้อสินทรัพย์ถาวร เพื่อเป็นการประเมินมูลค่าตลาดที่เหมาะสมของกิจการอิงจากค่าใช้จ่ายเหล่านี้ <br>	แต่วิธีนี้ก็มาพร้อมกับข้อเสียบางอย่าง เช่น ไม่ได้ให้มูลค่ากับศักยภาพของกิจการที่จะเติบโตต่อไปได้ในอนาคต ไม่ได้ให้มูลค่ากับสินทรัพย์ไม่มีตัวตน เช่น มูลค่าแบรนด์, ค่าความนิยม, มูลค่าสิทธิบัตร เป็นต้น<br></p><h2 id="3-future-valuation-multiple-approach">3) Future Valuation Multiple Approach</h2><p>	วิธีนี้จะให้ความสำคัญกับเพียงปัจจัยเดียวคือ ผลตอบแทนจากการลงทุน (return on investment: ROI) ที่นักลงทุนสามารถคาดการณ์ได้ในอนาคตอันใกล้ หรือประมาณ 5 - 10 ปีข้างหน้า ซึ่งการประมาณการเหล่านี้จะรวมคิดจากหลายส่วน ได้แก่ ประมาณการยอดขายช่วง 5 ปีข้างหน้า, อัตราการเติบโต, ต้นทุนและค่าใช้จ่าย<br></p><h2 id="4-risk-factor-summation-approach">4) Risk Factor Summation Approach </h2><p>	วิธีนี้จะมองในมุมของความเสี่ยงเป็นหลัก โดยประเมินว่ามีความเสี่ยงใดบ้างที่อาจจะกระทบต่อ ROI ของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงด้านลบ หรือความเสี่ยงด้านบวก หลังจากนั้นจึงประเมินความเสี่ยงเหล่านี้ออกมาเป็นมูลค่า ก่อนจะหักลบหรือบวกเพิ่มเข้าไปกับมูลค่าของกิจการที่ทำการประเมินผ่านวิธีอื่นๆ มาก่อนแล้ว<br>	โดยความเสี่ยงของธุรกิจสามารถเป็นได้หลายรูปแบบ เช่น ความเสี่ยงจากการบริหารงาน ความเสี่ยงจากการเมือง ความเสี่ยงจากฐานการผลิต ความเสี่ยงจากการแข่งขันในตลาด ความเสี่ยงจากการลงทุนและเงินทุน ความเสี่ยงเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป หรือความเสี่ยงด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อม<br></p><h2 id="5-discounted-cash-flow-approach">5) Discounted Cash Flow Approach</h2><p>	เป็นวิธีที่ให้ความสำคัญกับกระแสเงินสดของบริษัทที่คาดว่าจะสร้างได้ในอนาคต หลังจากนั้นจึงประเมิน ‘อัตราคิดลด (Discount Rate)’ เพื่อนำมาประเมินว่ากระแสเงินสดเหล่านี้จะมีมูลค่าเป็นเท่าใดในปัจจุบัน ทั้งนี้ ด้วยธรรมชาติของสตาร์ทอัพที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง ทำให้การประเมินด้วยวิธีนี้มักจะต้องกำหนดอัตราคิดลดที่ค่อนข้างสูงตามไปด้วย</p><h2 id="6-market-comparables-approach"><br>6) Market Comparables Approach</h2><p>	เป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับการประเมินมูลค่าของสตาร์ทอัพ โดยวิธีนี้จะให้ความสนใจกับมูลค่าของธุรกิจที่คล้ายคลึงกันกับที่เราสนใจ โดยดูว่าธุรกิจที่คล้ายคลึงกันนี้ถูกซื้อขายกันที่มูลค่าเท่าใด และนำตัวเลขนั้นมาปรับให้เหมาะสมกับสตาร์ทอัพที่ต้องการประเมิน<br>	สำหรับใครที่เคยซื้อขายบ้าน หรือประกอบอาชีพนายหน้าขายบ้าน น่าจะคุ้นชินกับวิธีนี้เป็นอย่างดี เพราะโดยทั่วไปแล้วเราจะประเมินราคาของบ้าน จากการเปรียบเทียบกับบ้านที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เช่น พื้นที่ ทำเล หากบ้านหลังหนึ่งที่ใกล้เคียงกับหลังที่เราสนใจเพิ่งจะขายออกไป เราก็อาจจะประเมินมูลค่าบ้านที่เราสนใจตามราคาซื้อขายของบ้านหลังที่ใกล้เคียงกับเรา <br></p><h2 id="7-ventures-capital-approach">7) Ventures Capital Approach </h2><p>	เป็นแนวทางการประเมินมูลค่าด้วยมุมมองของผู้จัดการเงินทุน ซึ่งมีเป้าหมายหลักคือการทำกำไร ทำให้การประเมินด้วยวิธีนี้จะให้ความสำคัญกับผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ในวันที่ตั้งใจจะขายออกค่อนข้างมาก โดยทั่วไปแล้วการลงทุนของ VC มักจะอยู่ที่ประมาณ 3 - 8 ปี ซึ่งนักลงทุนส่วนมากจะมีตัวเลขผลตอบแทนที่ต้องการอยู่ในใจก่อนแล้ว<br></p><p>อ้างอิง:</p><p><a href="https://corporatefinanceinstitute.com/resources/knowledge/valuation/startup-valuation-methods/">Startup Valuation Methods - Overview, Methods, Examples (corporatefinanceinstitute.com)</a></p><p><a href="https://www.investopedia.com/articles/financial-theory/11/valuing-startup-ventures.asp">Valuing Startup Ventures (investopedia.com)</a></p><p><a href="https://www.strtp.com/startup-valuation-methods">STARTUP - Startup Valuation Methods (strtp.com)</a></p><p><a href="https://fi.co/insight/startup-valuation-models-tips-to-increase-startup-valuation">4 Valuation Models: Tips to Increase Startup Valuation When Seeking Investors (fi.co)</a></p>]]></content:encoded></item><item><title><![CDATA[5 E-commerce เทรนด์ จากมุมมองยักษ์ใหญ่ “Shopify”]]></title><description><![CDATA[<p>	ข้อมูลจากการสำรวจของ Shopify ผ่าน 11 ตลาดที่สำคัญ พบว่าในช่วงวิกฤต Covid-19 ที่ผ่านมา ผู้บริโภค 84% ตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ และในปี 2020 ที่ผ่านมา ตลาด E-commerce ทั่วโลกเติบโตขึ้นถึง 16.5%<br>	Shopify ในฐานะผู้ให้บริการสร้างแพลตฟอร์</p>]]></description><link>https://addventures.co.th/commercetrends-shopify/</link><guid isPermaLink="false">608a540ddcf19f00791f6228</guid><category><![CDATA[Blog]]></category><dc:creator><![CDATA[AddVentures]]></dc:creator><pubDate>Thu, 29 Apr 2021 06:50:15 GMT</pubDate><media:content url="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/Add_WebBrand-03.jpg" medium="image"/><content:encoded><![CDATA[<img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/Add_WebBrand-03.jpg" alt="5 E-commerce เทรนด์ จากมุมมองยักษ์ใหญ่ “Shopify”"><p>	ข้อมูลจากการสำรวจของ Shopify ผ่าน 11 ตลาดที่สำคัญ พบว่าในช่วงวิกฤต Covid-19 ที่ผ่านมา ผู้บริโภค 84% ตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ และในปี 2020 ที่ผ่านมา ตลาด E-commerce ทั่วโลกเติบโตขึ้นถึง 16.5%<br>	Shopify ในฐานะผู้ให้บริการสร้างแพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ หรือ E-commerce แบบสำเร็จรูปยักษ์ใหญ่ของโลก ซึ่งเติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับการขยายตัวของตลาด E-commerce ทั่วโลก มองว่าการเติบโตในระยะถัดไปจะถูกแบ่งออกเป็น 5 เทรนด์ </p><h3 id="-1-omnichannel-">เทรนด์ที่ 1: Omnichannel คือทางออก</h3><p>	ภายใต้การแข่งขันอันดุเดือด การขายของผ่านรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งอาจจะไม่เพียงพออีกต่อไป Shopify มองว่าแบรนด์ต่างๆ จะต้องเชื่อมโยงการขายผ่านทุกรูปแบบ ทั้ง marketplaces, social media, retail และ wholesale ขณะเดียวกันก็ต้องออกแบบโครงสร้างธุรกิจให้สามารถโยกย้ายทรัพยากรของบริษัทจากออฟไลน์ไปสู่ออนไลน์ และสามารถที่จะกลับมาสู่ออฟไลน์ได้ด้วย เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด <br>	นอกจากนี้ บริษัทควรจะให้ความสำคัญอย่างมากกับความถูกต้องของข้อมูลสินค้า ไม่ว่าจะเป็น ราคา ลักษณะสินค้า รูปสินค้า และจำนวนแบบที่มี รวมถึงการบริหารจัดการคลังสินค้าในแบบที่สามารถเชื่อมโยงแต่ละช่องทางการขายได้แบบเรียลไทม์</p><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/Shopify_Photo-edit-2.png" class="kg-image" alt="5 E-commerce เทรนด์ จากมุมมองยักษ์ใหญ่ “Shopify”"></figure><h3 id="-2-">เทรนด์ที่ 2: โฟกัสที่ความต้องการของลูกค้า</h3><p>	ความต้องการของลูกค้าทุกวันนี้ไม่ใช่แค่การซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ แต่ยังคาดหวังถึงความรวดเร็วและสะดวกสบาย ทำให้แบรนด์ต่างๆ ต้องคอยออกแบบนวัตกรรมที่ช่วยให้ชีวิตของลูกค้าง่ายขึ้น อย่างเช่น การเชื่อมขั้นตอนตรวจสอบสินค้าที่ต้องการจะซื้อเข้ากับขั้นตอนของการจ่ายเงิน หากสามารถออกแบบระบบให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายและมีขั้นตอนน้อยที่สุด ก็จะช่วยให้ยอดขายเพิ่มขึ้นมากขึ้นเท่านั้น </p><p>	อย่างการนำขั้นตอนที่เรียกว่า ‘หยิบใส่รถเข็น หรือ add-to-cart’ ออกไป และอนุญาตให้ลูกค้าสามารถกดซื้อได้โดยตรงจากหน้าสินค้านั้นๆ หรืออย่างการใช้คำทีว่า ‘ซื้อตอนนี้ จ่ายทีหลัง (buy now pay later)’ เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้นผ่านการผ่อนชำระ<br></p><h3 id="-3-fulfillment-">เทรนด์ที่ 3: Fulfillment ช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน	</h3><p><strong>	‘รวดเร็ว, ฟรี, ยั่งยืน และการจัดส่งอย่างมืออาชีพ’</strong> คือ 4 ด้าน ที่แต่ละแบรนด์จะต้องทำให้ให้ได้ในยุคปัจจุบัน Shopify ระบุว่า 64% ของผู้บริโภคทั่วโลกต้องการ ‘ฟรีค่าจดสั่ง’ ขณะเดียวกันก็ได้อยากได้การจัดส่งที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน ไม่เพียงแค่นั้น 72% ของลูกค้าทั่วโลกยังคาดหวังให้แบรนด์ต่างๆ ใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย<br>	ด้วยต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ทางออกของแบรนด์ต่างๆ คือ การใช้บริการ Fulfillment ของผู้ให้บริการภายนอก ซึ่งจะช่วยเราในการ ‘เก็บ แพ็ค และส่ง’ สินค้า ซึ่ง Fulfillment เหล่านี้จำเป็นจะต้องฉลาด อยู่ใกล้กับลูกค้า และมีระบบจัดการแบบอัตโนมัติ </p><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/Add_WebBrand-05.jpg" class="kg-image" alt="5 E-commerce เทรนด์ จากมุมมองยักษ์ใหญ่ “Shopify”"></figure><h3 id="-4-marketplace-">เทรนด์ที่ 4: ‘แบรนด์’ ยังคงสำคัญ ในยุคที่ Marketplace ครองเมือง</h3><p>	ปัจจุบันมูลค่าของ Marketplace เช่น Lazada, Shopee เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมๆ กับอำนาจต่อรองที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเติบโตของ E-commerce ในช่วงแรกไม่ได้ผูกติดกับแบรนด์ แต่เกิดจากการที่ผู้บริโภคมองหาทางเลือกผ่าน Marketplace <br>	แต่การสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและดึงลูกค้าเข้ามาสู่ช่องทางของแบรนด์ยังเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทในแบบที่ยั่งยืนกว่า แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น ‘หน้าเพจสินค้า’ บน marketplace ยังคงเป็นส่วนแรกๆ ที่ช่วยให้ลูกค้ารู้จักสินค้า ซึ่งแบรนด์ต่างๆ ควรให้ความสำคัญกับการสร้างเพจที่โดดเด่นจากแบรนด์อื่นๆ</p><h3 id="-5-">เทรนด์ที่ 5: รักษา ‘ลูกค้าเดิม’ คือหัวใจสำคัญ</h3><p>ปัจจุบันต้นทุนในการดึงลูกค้าใหม่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากทุกแบรนด์กำลังต่อสู้เพื่อแย่งความสนใจจากลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นช่องทาง Social media อื่นๆ ซึ่งเราเห็นได้ง่ายๆ จากค่าโฆษณาบน facebook อย่างไรก็ดีด้วย algorythm ต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าอย่างตรงจุดผ่านสื่อต่างๆ ยากยิ่งขึ้น </p><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/Add_WebBrand-07.jpg" class="kg-image" alt="5 E-commerce เทรนด์ จากมุมมองยักษ์ใหญ่ “Shopify”"></figure><p>ฉะนั้นแล้ว สิ่งสำคัญสำหรับแบรนด์ต่างๆ ในยุคปัจจุบันคือ</p><ul><li>การพัฒนากลยุทธ์ที่ดียิ่งขึ้นสำหรับการรักษาฐานลูกค้าเดิม หรือการทำให้ลูกค้าที่เราดึงให้เข้ามาเริ่มซื้อสินค้าหรือบริการเราแล้ว มีการซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานยิ่งขึ้นไปอีก และ</li><li>การเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ หรือการคิดวิธีใหม่ๆ ที่ช่วยให้ต้นทุนต่อลูกค้าหนึ่งคนที่เราดึงเข้ามานั้นต่ำที่สุด เช่น ปกติลงโฆษณาในสื่อต่างๆ แบบวงกว้าง (mass marketing) ซึ่งเมื่อเฉลี่ยต่อลูกค้าหนึ่งคนแล้วอาจจะแพง อาจพิจารณาทำ targeted marketing โดยใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อให้โฆษณาไปปรากฏกับกลุ่มลูกค้าที่ตรงจุดมากขึ้น เป็นต้น<br>สำหรับใครที่สนใจอ่านข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูรีพอร์ทตัวเต็มได้ที่: <a href="https://enterprise.plus.shopify.com/rs/932-KRM-548/images/Shopify_Future_of_Commerce.pdf?utm_source=drift&amp;utm_medium=content&amp;utm_campaign=2020-12-future-ecommerce-report-2021">Shopify_Future_of_Commerce.pdf</a></li></ul>]]></content:encoded></item><item><title><![CDATA[ส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าด้วย Predictive Analytics]]></title><description><![CDATA[<p>การทำ Survey แบบเดิมๆ เพื่อสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าอาจไม่ใช่เครื่องมือที่ดีพอสำหรับแบรนด์อีกต่อไป</p><p>ธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ต่างก็ต้องการส่งมอบประสบการณ์ที่ดี (Customer Experience) ให้กับลูกค้า วิธีที่หลายๆ แบรนด์เลือกใช้ในการปรั</p>]]></description><link>https://addventures.co.th/sngm-bprasbkaarnthiidiiyingkhuenaihkabluukkhaadwy-predictive-analytics/</link><guid isPermaLink="false">607e364ddcf19f00791f61b1</guid><category><![CDATA[Blog]]></category><dc:creator><![CDATA[AddVentures]]></dc:creator><pubDate>Tue, 20 Apr 2021 04:24:00 GMT</pubDate><media:content url="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/cover2.png" medium="image"/><content:encoded><![CDATA[<img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/cover2.png" alt="ส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าด้วย Predictive Analytics"><p>การทำ Survey แบบเดิมๆ เพื่อสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าอาจไม่ใช่เครื่องมือที่ดีพอสำหรับแบรนด์อีกต่อไป</p><p>ธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ต่างก็ต้องการส่งมอบประสบการณ์ที่ดี (Customer Experience) ให้กับลูกค้า วิธีที่หลายๆ แบรนด์เลือกใช้ในการปรับปรุงสินค้าและบริการให้ตรงใจลูกค้ามากที่สุดคงหนีไม่พ้นการทำ Survey เพื่อให้ได้ข้อมูลว่าลูกค้าพึงพอใจหรือไม่พึงพอใจอะไรในสินค้าและบริการของเราอย่างไรบ้าง และนำข้อมูลนี้มาเป็นจุดตั้งต้นในการปรับปรุงสินค้าและบริการให้ถูกใจลูกค้ายิ่งขึ้น</p><p>อย่างไรก็ตามแม้ว่าหลายๆ บริษัทเลือกที่จะนำข้อมูลจากการ Survey มาใช้ในการวางแผนปรับปรุงการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า แต่การทำ Survey ก็ยังมีข้อจำกัดหลายๆ อย่างซึ่งจากการสำรวจความคิดเห็นโดย McKinsey &amp; Company ร่วมกับ AlphaSights และ Gerson Lehman Group ที่ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้นำด้าน Customer Experience (CX) จำนวน 260 คนจากหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ธุรกิจการเงิน ธุรกิจด้านสุขภาพ ค้าปลีก โลจิสติกส์ ฯลฯ พบว่าการทำ Survey มีข้อจำกัดใน 4 ประเด็นหลักด้วยกัน</p><p><strong>1. Limited: จำนวนผู้เข้าร่วมทำการ Survey ค่อนข้างจำกัด</strong></p><p>บริษัทต่างๆ ที่มีการทำ Survey เพื่อสำรวจความคิดเห็นของลูกค้า มักไม่ได้ทำการ Survey กับลูกค้าทุกคน แต่จะทำการสุ่มสำรวจกับลูกค้าเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น โดยทั่วไปแล้วบริษัทส่วนใหญ่จะทำการ Survey กับลูกค้าเพียง 7% จากจำนวนลูกค้าทั้งหมด ข้อมูลที่ได้จึงอาจไม่ครอบคลุมความคิดเห็นของลูกค้าทั้งหมดของบริษัท</p><p><strong>2. Reactive: การทำ Survey เป็นการทำการสำรวจความคิดย้อนหลัง ไม่ใช่ real-time</strong></p><p>ลูกค้าส่วนใหญ่คาดหวังว่าเมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ทางแบรนด์ควรจะมีการดำเนินการแก้ปัญหาอย่างทันทีทันใด แต่เนื่องจากการทำ Survey มักเกิดขึ้นภายหลังจากมีการใช้สินค้าและบริการไประยะหนึ่ง การทำ Survey จึงยังไม่ตอบโจทย์แบรนด์ส่วนใหญ่ที่ต้องการข้อมูลลูกค้าแบบ Real-time เพื่อนำข้อมูลมารับมือกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที และมีเพียงแค่ 13% ของผู้นำด้าน Customer Experience เท่านั้นที่คิดว่า การทำ Survey จะช่วยให้พวกเขาสามารถตอบสนองกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับลูกค้าได้ในทันเวลา</p><p><strong>3. Ambiguous: ข้อมูลจากการทำ survey มีความคลุมเครือ ยากที่จะระบุต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริง</strong></p><p>ข้อมูลจากการทำ Survey มักไม่สามารถระบุต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริงให้เราได้ว่าที่ลูกค้าพอใจหรือไม่พอใจในสินค้าและบริการของเรานั้นจริงๆ แล้วเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ มีเพียง 16% ของผู้นำด้าน Customer Experience ที่คิดว่าการทำ Survey สามารถให้ข้อมูลที่ละเอียดเพียงพอที่จะระบุต้นเหตุของปัญหาต่างๆ ให้แบรนด์ได้</p><p><strong>4. Unfocused: ผลจากการทำ survey อาจมาจากหลายปัจจัย</strong><br>หลายๆ แบรนด์อาจไม่สามารถอธิบายความเกี่ยวเนื่องกันระหว่างผลการ Survey กับผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เกิดจากการปรับปรุงสินค้าและบริการเพื่อส่งมอบประมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นได้อย่างชัดเจน มีเพียงแค่ 4% ของผู้นำด้าน Customer Experiece ที่เชื่อมั่นในการนำผล Survey มาใช้คำนวณ Return On Investment (ROI) จากการลงทุนด้านการปรับปรุงการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า</p><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/P1_2-1.png" class="kg-image" alt="ส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าด้วย Predictive Analytics"></figure><p>หากการทำ Survey ไม่ดีพอสำหรับแบรนด์ในการสร้าง Customer Experience ที่น่าประทับใจ แล้วจะมีเครื่องมืออะไรมาช่วยแบรนด์ได้บ้าง?</p><p>การสร้าง Customer Experience ที่ดี คือ การส่งมอบสินค้าและบริการได้ตรงกับความต้องการลูกค้าแต่ละคนในทันทีที่ลูกค้าคนนั้นมีความต้องการ ดังนั้นในการปรับปรุง Customer Experience เราจึงต้องใช้เครื่องมือที่ช่วยให้เราสามารถทำนายความต้องการของลูกค้าแต่ละคนได้ล่วงหน้าเพื่อให้แบรนด์สามารถสร้างประสบการณ์การบริการได้ตรงใจลูกค้าคนนั้นได้ถูกใจที่สุด</p><p>Predictive Analytics คือ เครื่องมือสำคัญที่จะมาช่วยแบรนด์ทำนายความต้องการของลูกค้าแต่ละคน โดยเครื่องมือนี้จะอาศัยการรวบรวมข้อมูลของลูกค้า แล้วนำมาทำการวิเคราะห์ในเชิงสถิติ รวมถึงใช้ AI/ML เพื่อศึกษาว่าลูกค้าที่มี Persona มีพฤติกรรมต่างๆ นั้นเค้ามีความสนใจและความคาดหวังอย่างไรเกี่ยวกับสินค้าและบริการบ้าง โดย Predictive Analytics ที่ดีจะสามารถรวบรวมข้อมูลของลูกค้าทุกคนแบบ Real-time ลดข้อจำกัดของการทำ Survey ที่กล่าวไป ช่วยให้แบรนด์มีข้อมูลในการปรับปรุง Customer Experiences อย่างรวดเร็ว</p><p><strong>Predictive Analytics ช่วยให้แบรนด์ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้อย่างไรบ้าง</strong></p><p><strong>1. นำเสนอสิ่งที่ลูกค้ามองหาได้อย่างตรงใจ</strong></p><p>Predictive Analytics สามารถนำข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลประวัติการซื้อสินค้า, Profile, พฤติกรรมบนโลก Digital, ข้อมูลความสนใจในเรื่องต่างๆ บน Social มาทำนายล่วงหน้าได้ว่าลูกค้ากำลังมองหาอะไรอยู่ และนำข้อมูลตรงนี้มาเลือกสินค้าที่น่าจะโดนใจลูกค้ามานำเสนอได้อย่างเฉพาะเจาะจง โดยที่ลูกค้าไม่ต้องใช้ความพยายามในการเสิร์ช หรือสามารถนำเสนอสินค้าที่ถูกใจโดยที่ลูกค้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องการสิ่งๆ นั้นอยู่</p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/P2_2.png" class="kg-image" alt="ส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าด้วย Predictive Analytics"><figcaption>Netflix ใช้ Predictive Analytics ในการแนะนำภาพยนตร์ จาก playlist ที่ลูกค้าชอบดู</figcaption></figure><p><strong>2. อัพเดทสินค้าที่ถูกใจแบบ Real-Time</strong></p><p>เพราะความต้องการของลูกค้าไม่มีที่สิ้นสุด แบรนด์สามารถใช้ข้อมูลของลูกค้าในการแนะนำสินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่องเพิ่มเติมที่ลูกค้าน่าจะถูกใจแบบ Real-time เพื่อเพิ่มความประทันใจในสินค้าและบริการของเราอย่างต่อเนื่อง เคสที่น่าจะทำให้คุณเข้าใจได้ง่ายคือ เคสของ Spotify และ Netflix ที่มีการแนะนำลิสท์ที่น่าสนใจโดยอาศัยข้อมูลเพลงหรือหนังที่ลูกค้าดูล่าสุด</p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/P3_2.png" class="kg-image" alt="ส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าด้วย Predictive Analytics"><figcaption>Discover playlist จากข้อมูลเพลที่ลูกค้าฟังล่าสุด</figcaption></figure><p><strong>3. รับมือทันหากลูกค้าไม่แฮปปี้กับแบรนด์ของเรา</strong></p><p>Predictive Analytics ช่วยทำนายล่วงหน้าได้ว่ามีลูกค้ารายไหนที่มีแนวโน้มว่าจะไม่แฮปปี้กับแบรนด์ของเรา เช่น ลูกค้าบางรายที่ซื้อของของเราเป็นประจำ หากเริ่มมีสัญญาณว่าลูกค้ารายนั้นไม่ได้ซื้อของๆเราในช่วงเวลาที่ปกติลูกค้าควรจะต้องสั่งซื้อแล้ว นี่อาจส่งสัญญาณกับแบรนด์ว่าถึงเวลาที่จะต้องรีบเข้าไปค้นหาสาเหตุและรีบแก้ไขให้ได้เร็วที่สุด หรือลูกค้าบางรายมีการติดต่อกับช่องทางต่างๆ ของแบรนด์หลายช่องทางในเวลาใกล้ๆ กัน  เช่น ทักแชทผ่านเพจของแบรนด์ ส่ง email หาแบรนด์ เค้าอาจกำลังมีปัญหาไม่พึงพอใจบางอย่างเกี่ยวกับแบรนด์ที่ต้องการการแก้ไขปรับปรุงโดยด่วน Predictive Analytics สามารถช่วยจับตาดูพฤติกรรมต่างๆ เหล่านี้และช่วยให้แบรนด์แก้ไขปัญหาก่อนที่จะเสียลูกค้าไป</p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/P5_2.png" class="kg-image" alt="ส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าด้วย Predictive Analytics"><figcaption>ระบบ Ticket ของ Amazon ที่ช่วยรับมือกับ complain ของลูกค้าได้ทันท่วงที</figcaption></figure><p><strong>4. จัดโปรโมชั่นแบบ personalized มีชัยไปกว่าครึ่ง</strong></p><p>ไม่มีลูกค้าคนไหนที่เหมือนกัน โปรโมชั่น ส่วนลด ของแถม เงื่อนไขพิเศษต่างๆ ที่ดึงดูดใจสำหรับลูกค้าคนหนึ่ง อาจไม่ดึงดูดใจสำหรับลูกค้าอีกคนหนึ่ง เช่น ลูกค้ารายหนึ่งมักซื้อสินค้าด้วยบัตรเครดิต คงไม่ปลื้มนักหากโปรโมชั่นส่วนลด 20% ที่แบรนด์กำลังนำเสนอ มีเงื่อนไขว่าจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อจ่ายด้วยเงินสดเท่านั้น หรือ ลูกค้าที่ชอบซื้อสินค้าที่มีตัวเลือกการจัดส่งสินค้าด่วนภายใน 1 วัน ก็น่าจะตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นแบรนด์มีข้อเสนอเรื่องส่วนลดการจัดส่งสินค้าด่วนให้กับลูกค้ารายนั้น การนำเครื่องมือ Predictive Analytics มาใช้ออกแบบ Personalized offer ต่างๆ เหล่านี้จะช่วยทั้งสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า และในขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มยอดขายให้กับแบรนด์ได้ด้วย!</p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/P4_2.png" class="kg-image" alt="ส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าด้วย Predictive Analytics"><figcaption>Personalized offer จาก Starbucks</figcaption></figure><p><strong>Source:</strong><br><em><a href="https://www.mckinsey.com/business-functions/marketing-and-sales/our-insights/prediction-the-future-of-cx">https://www.mckinsey.com/business-functions/marketing-and-sales/our-insights/prediction-the-future-of-cx</a><br><a href="https://synoptek.com/insights/it-blogs/3-ways-predictive-analytics-improves-customer-experience/">https://synoptek.com/insights/it-blogs/3-ways-predictive-analytics-improves-customer-experience/</a><br><a href="https://martechseries.com/sales-marketing/customer-experience-management/5-ways-predictive-intelligence-improves-customer-experience/">https://martechseries.com/sales-marketing/customer-experience-management/5-ways-predictive-intelligence-improves-customer-experience/</a><br><a href="https://www.marketingoops.com/exclusive/promotion-with-predictive-analytics/">https://www.marketingoops.com/exclusive/promotion-with-predictive-analytics/</a></em></p><p><strong>Pictures from:</strong><br><em><a href="https://hackernoon.com/spotifys-discover-weekly-how-machine-learning-finds-your-new-music-19a41ab76efe">https://hackernoon.com/spotifys-discover-weekly-how-machine-learning-finds-your-new-music-19a41ab76efe</a></em><br><em><a href="https://aws.amazon.com/comprehend/">https://aws.amazon.com/comprehend/</a></em><br><em><a href="https://webengage.com/blog/hyper-personalization-marketing-future/">https://webengage.com/blog/hyper-personalization-marketing-future/</a></em></p>]]></content:encoded></item><item><title><![CDATA["Unicorn Landing" ภารกิจปั้น Unicorn ผ่าน Venture Studio จาก SCG]]></title><description><![CDATA[<p>	Venture Studio โมเดลธุรกิจที่บริษัทหรือองค์กรทำงานเปรียบเสมือนโรงงานสร้าง Startup ออกสู่ตลาด ซึ่ง Startup นั้น ๆ จะเปรียบเสมือนเป็นตัวช่วยติดสปีดขององค์กรในการสร้างธุรกิจใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นนั่นเอง</p><p>	Venture Studio จะกำหนดขอบเขตของธุรกิจที่สนใจ หรือไอเดียที่ต้</p>]]></description><link>https://addventures.co.th/unicornlanding/</link><guid isPermaLink="false">60631561dcf19f00791f5e4d</guid><category><![CDATA[Blog]]></category><dc:creator><![CDATA[AddVentures]]></dc:creator><pubDate>Mon, 19 Apr 2021 00:00:00 GMT</pubDate><media:content url="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/640417_FB-C07-01-1.jpg" medium="image"/><content:encoded><![CDATA[<img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/640417_FB-C07-01-1.jpg" alt=""Unicorn Landing" ภารกิจปั้น Unicorn ผ่าน Venture Studio จาก SCG"><p>	Venture Studio โมเดลธุรกิจที่บริษัทหรือองค์กรทำงานเปรียบเสมือนโรงงานสร้าง Startup ออกสู่ตลาด ซึ่ง Startup นั้น ๆ จะเปรียบเสมือนเป็นตัวช่วยติดสปีดขององค์กรในการสร้างธุรกิจใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นนั่นเอง</p><p>	Venture Studio จะกำหนดขอบเขตของธุรกิจที่สนใจ หรือไอเดียที่ต้องการสร้างขึ้นมา จากนั้นเฟ้นหา Founder พร้อมทีมงาน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทำให้ไอเดียธุรกิจนั้น ๆ เข้าสู่ตลาด(Go-to-Market) ได้จริงพร้อมทั้งสนับสนุนด้านเงินลงทุน ความรู้ เครือข่าย(Connection) ที่ช่วยเร่งให้ Startup นั้น ๆ Scaleได้ไวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาหาเงินลงทุน (Fund rasing) จากกลุ่ม VC รายอื่น ๆ</p><p>	ทั้งนี้ ไอเดียที่ Venture Studio สนใจมักเป็นไอเดียธุรกิจที่ค่อนข้างพิสูจน์ชัดเจนแล้วว่า “ไปรอด” ทั้งเรื่องเทคโนโลยีที่ใช้ การจัดการ และการบริหารการตลาด (Macro Market)</p><blockquote><strong>รู้หรือไม่ ? Platform ชื่อดังอย่าง Lazada หรือ Foodpand ที่หลายๆคนเป็นลูกค้าขาประจำอยู่นั้น ได้ถูกปั้นขึ้นมาจากโมเดล Venture Studio เช่นกัน</strong></blockquote><p>จุดเริ่มต้นของ Venture Studio เกิดขึ้นในปี 1996 ทีประเทศสหรัฐอเมริกา โดย <strong>Idealab</strong> ทั้งนี้ตั้งแต่เริ่มต้นมาจนถึงปัจจุบัน Idealab ผลักดัน Startup ออกสู่ตลาดมาแล้วกว่า 100 บริษัท ซึ่งใน 100 กว่าบริษัทนี้  Scale และเติบโตไปถึงระดับ Unicorn ไปแล้วกว่า 5% </p><figure class="kg-card kg-image-card kg-width-wide"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/03/image-10.png" class="kg-image" alt=""Unicorn Landing" ภารกิจปั้น Unicorn ผ่าน Venture Studio จาก SCG"></figure><p>	ในปีต่อ ๆ มา บริษัทอื่น ๆ หลังเห็นความสำเร็จของ Idealab แล้ว จึงเริ่มสนใจโมเดล Venture Studio กันมากขึ้น  โดยเฉพาะ <strong>Rocket Internet </strong>บริษัทสัญชาติเยอรมัน เจ้าพ่อแห่ง Venture Studio ที่คนในวงการ Startup รู้จักดี  Rocket Internet ก่อตั้งในปี 2007 ปั้น Startup ชื่อดังในวงการมาแล้วมากมาย เช่น Lazada, Foodpanda, Home24, Zalora ทั้งยังทำกำไรจากการขาย Startup ให้ธุรกิจอื่น ๆ ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือการขาย Lazada ให้กับ Alibaba นั่นเอง</p><h2 id="-"><strong>โอกาสที่มาพร้อมความท้าทายในอนาคต</strong></h2><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/03/content5_Webbrand-04.jpg" class="kg-image" alt=""Unicorn Landing" ภารกิจปั้น Unicorn ผ่าน Venture Studio จาก SCG"></figure><p>ถึงแม้ว่า Venture Studio จะมีข้อดีที่น่าสนใจหลายอย่าง แต่ก็ถือว่าเป็นของใหม่สำหรับบ้านเรา โดยยังต้องอาศัยระยะเวลาในการสร้างความเข้าใจกับสร้าง Success case ให้เกิดขึ้น แน่นอนว่าต้องเจอกับความท้าทายหลาย ๆ อย่างในทุกส่วนของ ecosystem ทั้ง</p><ul><li><strong>Founder</strong> - การหา Founder ที่เหมาะสมในการจะมา Execute ไอเดียของผู้อื่นไม่ใช่เรื่องง่าย Founder เก่งๆทุกคนมักมีไอเดียที่ตัวเองมี Passion เป็นพิเศษ หรือบางคนก็จะมีความเชื่อส่วนตัวที่อยากจะ Execute ในสิ่งที่ตัวเองคิดเป็นหลัก</li><li><strong>Corporate</strong> – หลายๆครั้งไอเดียที่ Corporate ต้องการทำเป็นสิ่งที่อาจมากับการทำลายธุรกิจเดิมขององค์กร (Cannibalize) การที่จะยอมให้ Startup ที่ตั้งขึ้นมามีสัดส่วนของ Founder ที่มาก ส่งผลให้ Corporate รู้สึกเหมือนกำลังยกธุรกิจในอนาคตให้ผู้อื่น โดยการที่ Corporate จะใจกว้างยอมเป็นผู้ถือหุ้นส่วนน้อยในตอนแรก (เพื่อโอกาสในการลงทุนเพิ่มภายหลัง) จนกว่า Startup นั้น ๆ จะเติบโตได้ดี เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาทั้งในเรื่อง Mindset ของผู้บริหารและนโยบายของบริษัทควบคู่กันไป</li><li><strong>VC และนักลงทุน</strong> - โดยปกติ Early stage VC มักคุ้นเคยกับการลงทุนใน Startup ที่ Founder ยังมีสัดส่วนถือหุ้นในบริษัทค่อนข้างมาก (70%-80%) หากมี Venture Studio หรือ Corporate เข้ามาตั้งแต่ตอนแรกจะทำให้สัดส่วนของ Founder ลดลงตามลำดับ ซึ่งVC ปกติจะไม่คุ้นเคยกับสัดส่วนของ Founder ที่ไม่ได้อยู่ในปริมาณมากแบบที่เคยเป็น แต่ลืมนึกไปว่าจริง ๆ Venture Studio หรือ Corporate เป็นหนึ่งใน Founder ด้วยเหมือนกัน เพราะที่ Startup เหล่านี้สามารถเติบโตได้เร็วหรือจะโตต่อไปในอนาคต ก็จะต้องใช้ Resource กับ Partnership ของ Corporate เหล่านั้นมากขึ้นไปด้วยเช่นกัน</li></ul><h2 id="-unicorn-landing-scg">ร่วมเป็นหนึ่งในสุดยอดโปรเจค "Unicorn Landing" ของ SCG</h2><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/03/content5_Webbrand-05.jpg" class="kg-image" alt=""Unicorn Landing" ภารกิจปั้น Unicorn ผ่าน Venture Studio จาก SCG"></figure><p>อ่านมาถึงตรงนี้แล้วขอสรุปได้ว่า Venture Studio ถือว่าเป็นรูปแบบใหม่ของการทำ Startup และการสร้าง Innovation ให้เกิดขึ้นในบ้านเรา สำหรับทาง AddVentures เอง ขณะนี้เปิดรับสมัครผู้ที่สนใจเข้าร่วมทีม <strong>"Unicorn Landing" </strong>เพื่อช่วย Startup ขยายธุรกิจใหม่ๆในประเทศไทย ในนามของตำแหน่ง <strong>Entrepreneur in Residence</strong> ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสอันดี ของหนุ่มสาวที่มี Startup mindset ที่จะได้ประสบการณ์ใหม่ในการเรียนรู้จากทั้ง SCG และ Startup ที่ได้ร่วมงานด้วย หากสนใจสามารถอ่านรายละเอียด Job description และส่ง Resume มาได้เลยที่ <a href="mailto:pongsapo@scg.com">pongsapo@scg.com</a></p><p>อ่านรายละเอียด Job description <a href="http://bit.ly/3rLgrSe">http://bit.ly/3rLgrSe</a></p>]]></content:encoded></item><item><title><![CDATA[เมื่อ E-commerce แข่งกันลดราคา จะชนะใจลูกค้าได้อย่างไร]]></title><description><![CDATA[<p>	เป็นกระแสสุดฮอตในจีนมาตั้งแต่ปี 2020 กับรูปแบบการซื้อขายสินค้าแบบ "Community Group Buying" โดยล่าสุดเทรนด์การช้อปปิ้งนี้ได้ลามมาถึงคนไทยสายช้อป ซึ่งบทความนี้จะมาเล่าถึงกระแส "Group Buying" รูปแบบการรวมกันซื้อของผ่าน Community หรือ Social Media เพื่อให้ได้สินค้าราคาที่ถู</p>]]></description><link>https://addventures.co.th/groupbuying-covid/</link><guid isPermaLink="false">606d6b0bdcf19f00791f5f9f</guid><category><![CDATA[Blog]]></category><dc:creator><![CDATA[AddVentures]]></dc:creator><pubDate>Fri, 09 Apr 2021 05:36:00 GMT</pubDate><media:content url="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/Webbrand_C6-01.jpg" medium="image"/><content:encoded><![CDATA[<img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/Webbrand_C6-01.jpg" alt="เมื่อ E-commerce แข่งกันลดราคา จะชนะใจลูกค้าได้อย่างไร"><p>	เป็นกระแสสุดฮอตในจีนมาตั้งแต่ปี 2020 กับรูปแบบการซื้อขายสินค้าแบบ "Community Group Buying" โดยล่าสุดเทรนด์การช้อปปิ้งนี้ได้ลามมาถึงคนไทยสายช้อป ซึ่งบทความนี้จะมาเล่าถึงกระแส "Group Buying" รูปแบบการรวมกันซื้อของผ่าน Community หรือ Social Media เพื่อให้ได้สินค้าราคาที่ถูกลง รับรองว่าไม่ว่าผู้เล่น E-Commerce หรือร้านค้าไหนๆต่างก็ต้องหันมาตั้งใจศึกษาเทรนด์การขายรูปแบบใหม่ซึ่งถือว่าเป็น Social Commerce เต็มรูปแบบนั่นเอง </p><h2 id="group-buying-">Group Buying คืออะไร?</h2><p>	Group Buying คือกลยุทธ์การขายสินค้าแบบหนึ่งที่ใช้ประโยชน์จากจำนวนลูกค้าใน Platform ซึ่งมักพบได้ใน E-commerce Platform โดยการขายแบบ Group Buying นี้ ร้านค้าสามารถมอบลดราคาสินค้าให้ลูกค้าได้มากถึง 90% ด้วยเงื่อนไขที่ลูกค้านั้นจะต้องซื้อสินค้าและชวนเพื่อนคนอื่นมาซื้อด้วยกันเป็นกลุ่มซึ่งหากซื้อคนเดียว ลูกค้าจะไม่ได้ส่วนลดพิเศษนั้นๆ</p><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/group-buying01.png" class="kg-image" alt="เมื่อ E-commerce แข่งกันลดราคา จะชนะใจลูกค้าได้อย่างไร"></figure><h2 id="-group-buying-e-commerce">ทำไม Group Buying ถึงเป็นกระแสใน E-commerce</h2><p>	Group Buying มอบส่วนลดจำนวนมากให้กับลูกค้าที่ซื้อสินค้าพร้อมราคาที่ถูกซึ่งถือเป็นสิ่งที่นักช้อปทุกคนมองหาใน E-commerce Platform แต่จากการวิจัยพบว่ายังมีประโยชน์ที่สำคัญไม่แพ้เรื่องราคาเลยก็คือประสบการณ์ในการซื้อของที่ดีขึ้น เพราะการซื้อของกับคนอื่น โดยเฉพาะกับเพื่อนที่สนิท นักช้อปส่วนใหญ่ใช้เวลาและเงินมากกว่าการซื้อของคนเดียว บริษัท E-commerce ต่างเห็นข้อดีตรงนี้ จึงไม่ลังเลที่จะกระตุ้นยอดขายด้วยกลยุทธ์ดังกล่าว ถึงแม้จะแลกมาด้วยส่วนลดราคาสินค้ากว่า 90% ก็ตาม </p><p>	นอกจากนั้น Social Media ยังเป็นตัวช่วยให้ระบบ Group Buying ทำงานได้ง่ายขึ้น จากการที่นักช้อปสามารถชวนเพื่อนและครอบครัวซื้อของผ่านกรุ๊ปไลน์ได้พร้อมกัน ถึงแม้ว่าเจ้าของแบรนด์หรือ Platform เองจะขายของได้ราคาต่ำลงจากการให้ส่วนลด แต่แลกกับการขอให้ผู้ซื้อเชิญเพื่อนอีกคนมาซื้อสินค้าเดียวกัน จึงทำให้ได้จำนวนการซื้อขายที่มากขึ้นซึ่งหมายถึงจำนวนลูกค้าที่ได้เห็นและใช้แบรนด์ที่เยอะขึ้นตามกัน ทำให้แบรนด์ก้าวขึ้นมาเป็น Top of Mind ของลูกค้าได้ </p><p>	กลยุทธ์นี้จึงเป็นการใช้งบการตลาดที่ตรงจุดและวัดผลได้กว่าการทำการตลาดผ่าน Advertising Campaign เพราะแบรนด์นั้นจ่ายส่วนลดเมื่อลูกค้าซื้อของเท่านั้น เรียกได้ว่า Win-Win ทั้งแบรนด์, Platform รวมถึงผู้ซื้อเอง ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดของกลยุทธ์การขายแบบ Group Buying นั้นก็คือจำนวนลูกค้าใน Platform เพราะเมื่อจำนวนลูกค้าเยอะขึ้น โอกาสที่จะเชิญผู้ซื้ออีกคนย่อมมีมากขึ้น </p><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/group-buying02.png" class="kg-image" alt="เมื่อ E-commerce แข่งกันลดราคา จะชนะใจลูกค้าได้อย่างไร"></figure><h3 id="e-commerce-group-buying-">E-commerce กับ Group buying ในไทย	</h3><p>ในปี 2009 Ensogo ผู้บุกเบิก Group Buying ในไทย เริ่มต้นจากดีลร้านอาหารที่ทำให้เราสามารถซื้ออาหารคูปองร้านอาหารมูลค่า 1,000 บาท ด้วยเงินเพียงไม่ถึง 500 บาท และถ้ายิ่งซื้อเป็นกลุ่มจำนวนมากราคาก็ยิ่งลดลงไปอีก และในปี 2012 Groupon E-commerce สัญชาติอเมริกาก็เข้ามาบุกตลาดไทยเช่นเดียวกัน แต่ตลาดที่ไทยในตอนนั้นถือว่ายังใหม่กับ E-commerce คนที่กล้าเสี่ยงกับการซื้อของออนไลน์ยังมีน้อยและค่าขนส่งสินค้ายังมีราคาสูงและใช้เวลานาน จากปัจจัยทั้งสองอย่างทำให้การขายดีลส่วนมากเป็นร้านอาหาร นอกจากประเภทของดีลที่จำกัดแล้วยังมีเงื่อนไขในการให้บริการที่ค่อนข้างยุ่งยาก เช่น มีกำหนดเวลาในการให้บริการ, จำนวนคน, จำนวนเงินขั้นต่ำ </p><p>	เมื่อมีลูกค้าซื้อดีลมากขึ้นพร้อมกับเงื่อนไขต่างๆ ทำให้ลูกค้าที่ซื้อดีลมักเข้าไปใช้พร้อมกันจนเกิดปัญหาทั้งในแง่บริการและรสชาติอาหารและยังส่งผลเสียต่อเจ้าของแบรนด์ที่อาจจะเสียลูกค้าที่ซื้อดีลหรือไม่ซื้อดีล ส่วนการขายเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ทีวี, โน๊ตบุ๊ค ก็เจอปัญหาสินค้าไม่ได้คุณภาพ, มีการเคลมกันบ่อย จนเกิดกระทู้เตือนให้ระวังใน Pantip และยิ่งไปกว่านั้นยังมีกลุ่มนักล่าดีลที่ใช้ Group Buying ซื้อคูปองจำนวนมากเพื่อไปขายต่อ ถึงแม้จะเกิดปัญหามากมาย ก็เรียกได้ว่า Group Buying ประสบความสำเร็จในช่วงนั้นเพราะมีบริษัทในไทยทั้งเล็กและใหญ่ทำ Platform เลียนแบบนับสิบแห่ง</p><p>	เมื่อตลาดมีผู้เล่นใหม่เข้ามาเรื่อยๆ การแข่งขันจึงวัดกันที่ราคา ผู้ให้บริการอย่างร้านอาหาร ต้องจ่ายส่วนต่างราคามากขึ้นและต้องแบกรับปัญหาทั้งหมดไว้เอง กระทั่งมีผู้ให้บริการน้อยลงเรื่อยๆ จนปี 2015 Groupon และ Ensogo รวมถึง Group Buying ของไทยก็ยอมแพ้จากตลาดประเทศไทยและลอยแผลูกค้าทั้งหมด</p><p>	เวลาผ่านไปพฤติกรรมของคนไทยได้เปลี่ยนตามยุค E-commerce ที่เติบโตขึ้น เพราะการเข้ามาของ E-commerce ยุคใหม่ เช่น Lazada, Shopee, JD ที่ยอมจ่ายส่วนลดให้เราสามารถซื้อสินค้าได้ถูกกว่าหน้าร้านและการันตีสินค้ามีคุณภาพใช้งานได้จริง E-commerce ยุคใหม่เองก็เห็นว่าการแข่งขันด้วยราคาย่อมไม่ดีในระยะยาวจึงตัดสินใจใช้ Group Buying เพื่อสร้าง Experience ในการช้อปให้แก่ลูกค้าอีกครั้งในปี 2019 โดยบริษัทเองต้องการให้ลูกค้ารู้สึกสนุกในการใช้มากขึ้น เจอสินค้าดี ราคาถูก แชร์ให้เพื่อนหรือครอบครัว และใช้เวลาในแอพให้นานขึ้น แต่ปัจจุบัน E-commerce ส่วนใหญ่ของไทยก็นำระบบ Group Buying ออกไปแล้ว เพราะไม่เหมาะกับพฤติกรรมของคนไทยและประสบการณ์ที่ไม่ดีที่ Groupon กับ Ensogo สร้างไว้ ทำให้คนไทยขยาดกับคำว่า “Group Buying” ไปอีกนาน</p><figure class="kg-card kg-image-card"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/group-buying03.png" class="kg-image" alt="เมื่อ E-commerce แข่งกันลดราคา จะชนะใจลูกค้าได้อย่างไร"></figure><h2 id="group-buying--1">Group buying หลังโควิด เป็นอย่างไร</h2><p>	โควิดเปลี่ยนให้ E-commerce ในจีนเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เติบโตแบบก้าวกระโดด เพราะจากพฤติกรรมของคนจีนที่อาศัยอยู่กันแบบชุมชนและการล๊อคดาวน์ที่ห้ามเดินทางทำให้เกิดโมเดลใหม่ที่เรียกว่า Community Buying โดยจะมีตัวแทนชุมชนหรือถ้าเป็นบ้านเราอาจจะเรียกว่าผู้ใหญ่บ้านรับออเดอร์ทั้งอาหารสด, ของใช้ต่างๆจากคนในชุมชนและสั่งในปริมาณมากๆ จากนั้นนำมาแจกจ่ายให้คนในชุมชน ซึ่งทุกคนก็ยินดีกับโมเดลนี้เพราะได้ของราคาถูกและส่งถึงชุมชนเลย<br>	แต่โอกาสย่อมมาพร้อมกับอุปสรรค เมื่อมีจำนวนชุมชนที่ต้องการของมากขึ้น บริษัท E-commerce จึงเลี่ยงไม่ได้ต้องลงทุนเงินจำนวนมากในระบบขนส่งเพื่อรองรับความต้องการทั้งในด้านเวลาและราคา นอกจากนั้นรัฐบาลจีนเองก็เห็นว่าประชาชนช้อปปิ้งออนไลน์ผ่าน E-commerce Platform มากขึ้น กลัวว่าจะมีบริษัทที่เข้ามาผูกขาดตลาด จึงเข้ามาแทรกแซงและออกนโยบายควบคุมบริษัทเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น Didi, Meituan, Pinduoduo ถูกปรับเป็นจำนวนกว่า 1.5 พันล้านหยวน ข้อหาขายสินค้าราคาไม่เหมาะสมและทำให้ตลาดเสียสมดุล<br>	Community Buying อาจจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สร้างผู้ชนะในตลาด E-commerce หลังจากแข่งขันกันมานับสิบปี ผู้เล่นรายใหญ่ทั้ง Alibaba, Tencent, JD, Meituan, Didi, Pinduoduo ต่างให้ความสนใจ รวมถึงเหล่านักลงทุนจำนวนมากที่จ้องลงทุนกับโมเดลธุรกิจนี้ เรียกได้ว่าเป็นโมเดลที่น่าจับตามองอีกโมเดลนึงของไทยเลยทีเดียว</p><p></p><p>อ้างอิง: </p><p>g<a href="https://www.statista.com/statistics/379046/worldwide-retail-e-commerce-sales/">lobal retail e-commerce market size 2014-2023 | Statista</a></p><p><a href="https://digitalwellbeing.org/the-pros-cons-of-group-buy-infographic/">The Pros &amp; Cons of Group-Buy [Infographic] – digitalwellbeing.org</a></p><p><a href="https://www.posttoday.com/economy/news/439076">ทำไม ensogo และ groupon ถึงปิดตัว? - โพสต์ทูเดย์ ข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจ (posttoday.com)</a></p><p><a href="https://www.pymnts.com/news/ecommerce/2021/pinduoduo-founder-moves-on-as-business-beats-out-alibaba/#:~:text=In%202020%2C%20Pinduoduo%20had%20788.4,up%20two%2Dthirds%20from%202019.">Pinduoduo Beats Out Alibaba; Founder Moves On | PYMNTS.com</a></p><p><a href="https://www.finnomena.com/13055/pinduoduo/">Pinduoduo: E-commerce ที่เกิดจากการเอา Disneyland มาผสมกับ Makro - FINNOMENA</a></p><p><a href="https://www.bloomberg.com/news/articles/2020-12-15/chinese-e-commerce-group-buying-increases-power-of-local-leaders">Chinese E-Commerce Group Buying Increases Power of Local Leaders - Bloomberg</a></p><p><a href="https://www.reuters.com/article/us-xingsheng-youxuan-fundraising-idUSKBN2AJ0GX">Chinese grocery app Xingsheng Youxuan raises $2 billion in new funding round: sources | Reuters</a></p><p><br></p><p> </p><p><br></p><p><br></p>]]></content:encoded></item><item><title><![CDATA[Despite challenges, Thai stock market may see momentum building for tech listing.]]></title><description><![CDATA[https://www.dealstreetasia.com/stories/thai-tech-market-ipo-exits-234762/]]></description><link>https://addventures.co.th/despite-challenges-thai-stock-market-may-see-momentum-building-for-tech-listing/</link><guid isPermaLink="false">606d2c7cdcf19f00791f5f31</guid><category><![CDATA[News]]></category><dc:creator><![CDATA[AddVentures]]></dc:creator><pubDate>Wed, 07 Apr 2021 04:04:04 GMT</pubDate><media:content url="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/bangkok-1759467_1280.jpg" medium="image"/><content:encoded/></item><item><title><![CDATA[ปัจจัยสำคัญ นำจีนขึ้นแท่นผู้นำ เกมส์ e-commerce 2021]]></title><description><![CDATA[<p>	ภายในปี 2021 นี้ จีนจะเป็นประเทศแรกของโลกที่มียอดขายจาก e-commerce มากกว่าการค้าปลีกแบบดั้งเดิม โดยยอดขายจาก e-comerce สูงถึง 52.1% ของยอดค้าปลีกทั้งหมด ด้วยยอดขาย 2.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ<br>	ซึ่งเรียกได้ว่าเติบโตรวดเร็วมาก เพราะย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว</p>]]></description><link>https://addventures.co.th/china-ecommerce/</link><guid isPermaLink="false">6066d480dcf19f00791f5ea3</guid><category><![CDATA[Blog]]></category><dc:creator><![CDATA[AddVentures]]></dc:creator><pubDate>Fri, 02 Apr 2021 10:25:13 GMT</pubDate><media:content url="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/facebook-cover.png" medium="image"/><content:encoded><![CDATA[<img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/facebook-cover.png" alt="ปัจจัยสำคัญ นำจีนขึ้นแท่นผู้นำ เกมส์ e-commerce 2021"><p>	ภายในปี 2021 นี้ จีนจะเป็นประเทศแรกของโลกที่มียอดขายจาก e-commerce มากกว่าการค้าปลีกแบบดั้งเดิม โดยยอดขายจาก e-comerce สูงถึง 52.1% ของยอดค้าปลีกทั้งหมด ด้วยยอดขาย 2.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ<br>	ซึ่งเรียกได้ว่าเติบโตรวดเร็วมาก เพราะย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว สัดส่วนของEcommerceในการค้าปลีกทั้งหมดของอเมริกาและจีนใกล้เคียงกันคือ 4.9% และ 5.0% ตามลำดับ (โดยปัจจุบันสัดส่วนของยอดขายจาก e-commerce ในอเมริกา มีเพียง 15% เท่านั้น) <br>	สาเหตุหลักๆที่ทำให้สัดส่วน e-commerce ในจีนเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การระบาดของ COVID-19 ยังประกอบด้วยปัจจัยอื่นๆได้แก่ </p><p>	1) การก่อตั้ง Alibaba ซึ่งเป็น Platform ของ e-commerce อย่างครบวงจร ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้อย่างแพร่หลาย หลังจากนั้นก็มี JD.com ที่เป็น platform อีกทางเลือกสำหรับผู้บริโภค</p><p>	2) วัฒนธรรม Digital Wallet เช่น Alipay ของ Alibaba หรือ WeChat Pay ของ Tencent ซึ่งมีระบบที่ก้าวหน้ากว่าประเทศฝั่งตะวันตกค่อนข้างมาก มีความสามารถในการเข้าถึงผู้บริโภค และสามารถใช้งานได้ง่าย ซึ่งระบบนี้สามารถใช้ชำระเงินทั้งในออนไลน์และร้านค้าปลีกออฟไลน์</p><p>	3) ต้นทุนด้าน logistic ที่ต่ำ ทำให้ Alibaba และ JD.com สามารถให้บริการขนส่งแบบ One day deliver ได้ทั่วประเทศ แถมยังราคาถูกมากๆด้วย ทำให้ปัจจัยการซื้อสินค้าออนไลน์ยิ่งสูงขึ้นตามไปอีก</p><p>	4)การแพร่หลายของ smartphones  ทำให้มีการสั่งซื้อสินค้าผ่าน smartphonesมากขึ้น ปัจจุบันคนจีนซื้อสินค้าผ่าน smartphones สูงถึง 83% ของยอดขายสินค้าผ่านทาง e-commerce ทั้งหมด<br></p><p>	นอกจากนี้คาดว่าสิ่งที่จะช่วยขับเคลื่อน e-commerce ในจีนให้เติบโตยิ่งขึ้นในอนาคต ได้แก่</p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/xiaohongshu-cover.jpg" class="kg-image" alt="ปัจจัยสำคัญ นำจีนขึ้นแท่นผู้นำ เกมส์ e-commerce 2021"><figcaption>ภาพจาก: walkthechat.com</figcaption></figure><ol><li><strong>การค้าขายผ่าน Social Commerce</strong></li></ol><p>	ในขณะที่อเมริกาเพิ่งจะตื่นตัวกับกระแส social commerce ฝั่งจีนนั้นทุ่มเม็ดเงินมหาศาลไปกับสื่อโฆษณาออนไลน์กันมาพักใหญ่แล้ว ทำให้ในปี 2020 Social commerce ในจีนเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 44% และจะเติบโตขึ้นอีกราว 35% ในปี 2021 คิดเป็นมูลค่า 363 พันล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับ Social commerce ในอเมริกา ที่ยังคงทิ้งห่าง คาดการณ์เติบโตเพียง 36 พันล้านดอลลาร์ โดยประมาณในปีนี้</p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/wechat-apps--1-.jpg" class="kg-image" alt="ปัจจัยสำคัญ นำจีนขึ้นแท่นผู้นำ เกมส์ e-commerce 2021"><figcaption>ภาพจาก: liangtong.com.au</figcaption></figure><p><strong>2. ฟีเจอร์ WeChat Mini Program:</strong> </p><p>	ฟีเจอร์ WeChat Mini Program คือฟีเจอร์ขนาดเล็กภายใต้ Super App จาก Tencent อย่าง “WeChat” เป็นฟีเจอร์ที่อำนวยความสะดวกให้กับ e-commerce ของ third-party ต่าง ๆ ดำเนินการได้บนแพลตฟอร์ม อีกทั้งสามารถใช้ประโยชน์จาก Data ของ WeChatได้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น การดำเนินการด้านจองตั๋วเดินทาง สั่งอาหาร หรือซื้อขายคูปอง โดยหลังจากที่ WeChat ปล่อยฟีเจอร์ Mini Program นี้เพียงไม่นาน ตัวฟีเจอร์ก็กลายเป็นที่นิยมอย่างสูง ทั้งในหมู่ผู้ค้าและผู้บริโภค จนถือเป็นจุดเริ่มต้นของกระแส Social commerce ในจีนอย่างแท้จริง จากรายงานของสื่อต่าง ๆ พบว่าในปี 2021 ตัวฟีเจอร์ Mini Program นี้ มียอดการซื้อขายผ่านระบบ มูลค่ากว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งตัวเลขทั้งหมดนี้นับเป็นมูลค่าที่เติบโตของ Social commerce ในจีนนั่นเอง<br></p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/0_nATFvOip3CPpGUuX-1.png" class="kg-image" alt="ปัจจัยสำคัญ นำจีนขึ้นแท่นผู้นำ เกมส์ e-commerce 2021"><figcaption>ภาพจาก: https://diane.substack.com/</figcaption></figure><p><strong>3.ซื้อขายแบบ Group buying</strong></p><p>	ปรากฎการณขายแบบ Group buying หรือการขายส่งในลักษณะของการรวมออเดอร์ลูกค้า ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีอัตราส่วนแบ่งในตลาด e-commerce ราว 13% ภายในปี 2021 นี้ โดยมี "Pin duo duo" เป็นแพลตฟอร์มผู้นำในด้านการปลดล็อคตลาด Group buying ร่วมกับ e-commerce ได้อย่างมีประสิทธิภาพเหนือกว่าแพลตฟอร์มชั้นนำรายอื่นทั้งในแง่ของการซื้อ และ ขาย จนขึ้นแท่นบริษัท e-commerce รายใหญ่อันดับ 4 ของโลกในชั่วข้ามคืน</p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/GAMKAPONXZFPXMH66EPA5LUHTI.jpg" class="kg-image" alt="ปัจจัยสำคัญ นำจีนขึ้นแท่นผู้นำ เกมส์ e-commerce 2021"><figcaption>ภาพจาก: ecommercenewsforyou.com</figcaption></figure><p><strong>4. "Livestreaming" Commerce ที่มาพร้อมความสนุกสนาน</strong></p><p>	นาทีนี้ยักษ์ใหญ่ในสนามอย่าง Taobao และ  JD.com ต่างก็ต้องลงสนาม Live commerce เพื่อสู้กับคู่แข่งใหม่ที่กำลังมาแรงจากฝั่งบันเทิงอย่าง Douyin (TikTok เวอร์ชั่นจีน) และ Kuaishou โดยเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงนี้ คงไม่ต้องเล่ามาก เพราะทางฝั่งไทยเอง ก็ทำได้สนุนสนานไม่แพ้กัน เนื่องจากเป็นกิจกรรม Social ที่คนไทยถนัดอยู่แล้ว </p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/04/Online-grocery.jpg" class="kg-image" alt="ปัจจัยสำคัญ นำจีนขึ้นแท่นผู้นำ เกมส์ e-commerce 2021"><figcaption>ภาพจาก: seoagencychina.com</figcaption></figure><p><strong>5. การแพร่ระบาดของ COVID-19</strong></p><p>	ไม่สามารถมองข้ามได้ COVID-19 เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างหนัก ส่งผลให้ยอดการซื้อของชำออนไลน์พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากการปิดตัวลงของร้านค้าต่างๆ ทำให้เทรนด์ของ Online grocery shopping และ Food delivery เติบโตขึ้นเป็นลำดับ ทั้งนี้ในส่วนของ AddVentures ช่วง COVID-19 ที่ผ่านมา ได้มีการลงทุนในแพลตฟอร์ม Farm-to-Table ของสตาร์ทอัพจากอินโดนีเซียอย่าง <strong>"Tanihub"</strong> ที่มีส่วนช่วยเหลือเกษตรกรในประเทศเป็นอย่างมากจากวิกฤต COVID-19 ที่ผ่านมา</p><p>	 นอกเหนือจากจีนแล้ว ประเทศที่มียอดสัดส่วนของ e-commerce รองลงมาเป็นอันดับสองก็คือเกาหลีใต้ (29%) ซึ่งมี Player อย่าง <strong>"Coupang" </strong>ที่เรียกได้ว่าเป็น Amazon ของเกาหลีใต้ คาดว่าจะ IPO เร็วๆนี้ หากท่านใดสนใจเรื่อง eCommercer โปรดตามได้ Content ของในเว็ปไซต์และ Facebook AddVentures ได้ เพื่อที่จะไม่พลาดเทรนด์เทคโนโลยีด้าน Commerce ของทั้งในเอเชียและ Global  <br></p><p>อ้างอิงจาก : <a href="https://www.emarketer.com/content/global-historic-first-ecommerce-china-will-account-more-than-50-of-retail-sales?fbclid=IwAR0gcG7k7bWgRJ--UXXlru4eLRQAtoxC0PqyhtbF26wMOGl7fq16awbvX3c">https://www.emarketer.com/content/global-historic-first-ecommerce-china-will-account-more-than-50-of-retail-sales?fbclid=IwAR0gcG7k7bWgRJ--UXXlru4eLRQAtoxC0PqyhtbF26wMOGl7fq16awbvX3c</a></p><p>เรียบเรียงโดย : Pitchaya Judphon, Investment Manager<br></p>]]></content:encoded></item><item><title><![CDATA[4 ตัวช่วยฟรีสุดล้ำ แปลงโฉมบ้านใหม่แบบมืออาชีพ]]></title><description><![CDATA[<p>	วิถีการปรับตัวแบบ New normal นั้น ทำให้แนวโน้มในการใช้เวลาอยู่บ้านของแต่ละคนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เทรนด์ ‘รีโนเวทบ้าน’ ในช่วงที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามกัน ทั้งนี้ บ้านที่น่าอยู่และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ย่อมช่วยให้ช่วงเวลาที</p>]]></description><link>https://addventures.co.th/4-techtools-renovation/</link><guid isPermaLink="false">605ad65ddcf19f00791f5c87</guid><category><![CDATA[Blog]]></category><dc:creator><![CDATA[AddVentures]]></dc:creator><pubDate>Fri, 26 Mar 2021 09:45:00 GMT</pubDate><media:content url="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/03/Webbrand_AddVentures_640325-02.jpg" medium="image"/><content:encoded><![CDATA[<img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/03/Webbrand_AddVentures_640325-02.jpg" alt="4 ตัวช่วยฟรีสุดล้ำ แปลงโฉมบ้านใหม่แบบมืออาชีพ"><p>	วิถีการปรับตัวแบบ New normal นั้น ทำให้แนวโน้มในการใช้เวลาอยู่บ้านของแต่ละคนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เทรนด์ ‘รีโนเวทบ้าน’ ในช่วงที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามกัน ทั้งนี้ บ้านที่น่าอยู่และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ย่อมช่วยให้ช่วงเวลาที่อยู่กับบ้านมีความสุขมากขึ้น 	AddVentures ในฐานะผู้ลงทุนด้านเทคโนโลยี และเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการรีโนเวทและตกแต่งบ้าน จึงอยากชวนดู Digital Technology ที่จะช่วยให้การรีโนเวทบ้านเป็นเรื่องง่ายขึ้น รวมถึงไอเดียเจ๋งๆ ช่วยสร้างบ้านในฝันของคุณให้เป็นจริง ทั้งยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลอีกด้วย </p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/03/1.-Get-Ideas-from-Digital-World.jpg" class="kg-image" alt="4 ตัวช่วยฟรีสุดล้ำ แปลงโฉมบ้านใหม่แบบมืออาชีพ"><figcaption>ภาพจาก: <a href="http://www.houzz.com">www.houzz.com</a></figcaption></figure><p><strong>1.ไอเดียตามสไตล์ หาได้ในโลก Digital </strong></p><p>	ก่อนจะเริ่มต้นรีโนเวทบ้าน ทุกคนคงต้องมองหา ‘ไอเดีย’ กันเสียก่อน ซึ่งการมองหาไอเดียในยุคนี้ถือว่าง่ายสุดๆ เพียงแค่เสิชผ่านอินเทอร์เน็ต แต่สำหรับคนที่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นเสิชจากแหล่งใด หรืออยากลองหาไอเดียจากแหล่งใหม่ ๆ ดูบ้าง เราขอแนะนำ <strong>‘Houzz’ </strong>เว็ปไซต์ที่มีมีสโลแกนเอาใจคนรักบ้านว่า <strong>‘Make your Dream Home a Reality’</strong></p><p>	Houzz รวบรวมแรงบันดาลใจในการตกแต่งบ้านให้กับคุณ ทั้งการตกแต่งภายใน(Interior) และภายนอก(Exterior) ขณะเดียวกันยังนำเสนอไอเดียด้วยฟีเจอร์แนะนำ ‘สไตล์’ ในแบบต่างๆ ที่ผู้เข้าชมสนใจขณะอยู่บนเว็ปไซต์ ด้วยสไตล์ที่หลากลาย ครบถ้วนตั้งแต่ Modern, Contemporary ไปจนถึง Traditional ก็มีให้เลือกเช่นกัน นอกจากไอเดียในรูปแบบของภาพและคำบรรยายเล็กน้อย Houzz ยังได้นำเสนอไอเดียในรูปแบบของบทความ รวมถึงวีดีโอในหมวด Houzz TV อีกด้วย</p><p>	ไม่เพียงแค่นำเสนอไอเดียเท่านั้น ผู้ที่เข้าไปใช้บริการบนแพลตฟอร์มของ Houzz ยังสามารถสั่งซื้อสินค้าต่างๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์ วัสดุก่อสร้างปิดผิว ของตกแต่ง ได้ทันที รวมทั้งยังติดต่อหา Professionals ในด้านต่าง ๆ ทั้งสถาปนิก ดีไซเนอร์ ช่างรับเหมา ได้อีกด้วย ถึงแม้ตัวเว็ปไซต์จะยังไม่เปิดดำเนินการในไทย แต่เรียกได้ว่า Houzz เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มตัวอย่างประเภท one stop service ที่ครอบคลุมทุกงานด้านการตกแต่งบ้านเลยนั่นเอง</p><p> </p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/03/2.--AR--Technology-1.jpg" class="kg-image" alt="4 ตัวช่วยฟรีสุดล้ำ แปลงโฉมบ้านใหม่แบบมืออาชีพ"><figcaption>ภาพจาก: <a href="https://techgadgetscanada.com/use-augmented-reality-iphone-redecorate-home/">techgadgetscanada.com</a></figcaption></figure><p><strong>2. มองภาพบ้านในฝัน ผ่านเทคโนโลยี AR </strong></p><p>	หลังจากได้ไอเดียมาแล้ว ทุกคนคงอยากเห็นภาพว่าสิ่งที่เราวาดฝันไว้ จริงๆ แล้วเข้ากับบ้านของเราหรือไม่ หากเป็นในอดีตเราคงต้องใช้วิธีจ้างนักออกแบบมาช่วยขึ้นภาพโมเดลจำลอง 3มิติเพื่อจะได้เห็นภาพจริง แต่ในปัจจุนบันนี้ เราสามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ด้วยเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) ที่จะทำให้เจ้าของไอเดียสามารถเห็นภาพจริงได้ง่ายขึ้นด้วยตัวเอง </p><p>	พอพูดถึง AR บางคนอาจจะรู้สึกว่าเข้าถึงยาก หรืออาจจะสงสัยว่าจำเป็นจะต้องไปซื้ออุปกรณ์อื่น ๆ มาเพิ่มหรือไม่ แต่ในความเป็นจริงคือ ทุกคนสามารถใช้ AR ได้เพียงแค่มี smartphone ที่ใช้กันอยู่ทั่วไป เว็บไซต์ techgadgetscanada.com ได้รวบรวม 8 แอพลิเคชัน ที่ช่วยให้ทุกคนสามารถใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ได้อย่างสะดวก ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Houzz ที่เราได้พูดถึงกันไปด้านบน ส่วนอีก 7 แอพลิเคชัน ได้แก่ Build.com, Magicplan, PLNAR, Wayfair, Housecraft, IKEA Place และ Measure นั้นนอกจากจะใช้วิธีจำลองภาพเสมือนด้วย AR แล้ว แต่ละแอพลิเคชันเองก็ล้วนมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป</p><p>	ยกตัวอย่าง "Measure" แอพที่เน้นด้านการจัดวางเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับพื้นที่ หรือ "Wayfair" แอพที่เน้นการสร้างภาพ 3มิติ ของเฟอร์นิเจอร์ที่เราสนใจ และจำลองให้เข้ากับพื้นที่ที่เราต้องการจัดวางได้</p><figure class="kg-card kg-image-card kg-width-wide kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/03/3.--------------------------------------.jpg" class="kg-image" alt="4 ตัวช่วยฟรีสุดล้ำ แปลงโฉมบ้านใหม่แบบมืออาชีพ"><figcaption>ภาพจาก: <a href="https://whatsyourtech.ca/2020/03/06/using-tech-to-help-plan-your-march-break-staycation/">whatsyourtech.ca</a></figcaption></figure><p><strong>3. สื่อสารกับบ้าน เพิ่มความสะดวกสบาย</strong></p><p>	ลองจินตนาการถึงช่วงเวลาที่คุณกำลังยุ่งกับการเตรียมอาหารเช้า คุณสามารถบอกให้เครื่องชงกาแฟเริ่มชงกาแฟรอไว้ให้ ขณะเดียวกันก็สามารถสั่งงานให้ทีวีของเราเปิดเพลงคลอไประหว่างที่คุณยังคงอยู่ในครัว จริง ๆ แล้วหลายคนน่าจะคุ้นชินกับเทคโนโลยีการสั่งงานด้วยเสียงกันอยู่บ้างจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่าง Siri บน iPhone และสำหรับคนที่กำลังมองหาเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาทำให้บ้านธรรมดากลายเป็น Smart Home อาจจะเริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยอุปกรณ์อย่าง Amazon Echo หรือ Google Home</p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/03/Amazon-Echo_------sea.pcmag.jpg" class="kg-image" alt="4 ตัวช่วยฟรีสุดล้ำ แปลงโฉมบ้านใหม่แบบมืออาชีพ"><figcaption>ภาพจาก: Turn-on.de</figcaption></figure><p>	แต่การจะเปลี่ยนบ้านให้เป็น Smart home ในอีกมุมหนึ่ง เราก็จำเป็นจะต้องมองหาองค์ประกอบและอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านที่มักจะถูกเรียกนำหน้าด้วยคำว่า ‘Smart’  เพื่อทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นสามารถเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีที่นำมาใช้กันได้อย่างราบรื่น เพื่อส่งมอบประสบกาณ์ที่ดีที่สุดให้เจ้าของบ้านได้ด้วยเช่นกัน </p><figure class="kg-card kg-image-card kg-card-hascaption"><img src="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/03/Tech-------x-YJ.jpg" class="kg-image" alt="4 ตัวช่วยฟรีสุดล้ำ แปลงโฉมบ้านใหม่แบบมืออาชีพ"><figcaption>ภาพจาก: <a href="http://www.builk.com">www.builk.com</a></figcaption></figure><p><strong>4. มองหา ‘ผู้รับเหมา’ ที่รู้ใจ ผ่าน platform ที่น่าเชื่อถือ</strong></p><p>	หลังจากได้ไอเดียเจ๋ง ๆ มาแล้ว สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือ ‘ผู้รับเหมา’ ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างไอเดียของเราเป็นจริงขึ้นมาได้ ขั้นตอนนี้หลายคนอาจจะหนักใจหรือไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร โดยเฉพาะหากเป็นผู้ที่ไม่เคยเรียกใช้บริการของช่างรับเหมามาก่อน			</p><p>	ทางออกของปัญหานี้ AddVentures ชวนใช้บริการ platform "ฺBUILK" ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่เชื่อมระหว่างเจ้าของบ้าน กับ ผู้รับเหมา ด้วยบริการล่าสุดของ BUILK เพียงเจ้าของบ้านกรอกข้อมูล 4 ส่วน ได้แก่ ประเภทงาน งบประมาณ ข้อมูลโครงการ และข้อมูลติดต่อ ระบบก็จะทำการแนะนำผู้รับเหมาเพื่อทำการ Matching กันทั้ง 2 ฝั่งให้กับเจ้าของบ้านและผู้รับเหมา ข้อดีของการใช้บริการผ่านแพลทฟอร์มเหล่านี้ก็คือ ความน่าเชื่อถือของผู้รับเหมา ที่การันตีโดยแพลทฟอร์มและลูกค้าท่านอื่นๆนั่นเอง </p><p>	Digital Technology เกี่ยวกับบ้านยังคงถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และนอกเหนือจาก 4 เทคโนโลยีข้างต้นแล้ว เชื่อว่าเราจะได้เห็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามาช่วยให้การรีโนเวทบ้านง่ายและมีสีสันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล <br></p><p>อ้างอิง</p><p><em><a href="https://www.reviewed.com/smarthome/best-right-now/best-smart-water-leak-detectors">The Best Smart Water Leak Detectors of 2021 - Reviewed</a></em></p><p><em><a href="https://www.pcmag.com/news/the-best-smart-home-devices">The Best Smart Home Devices for 2021 | PCMag</a></em></p><p><em><a href="https://trends.google.co.th/trends/explore?date=all&amp;geo=TH&amp;q=%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99">รีโนเวทบ้าน - สำรวจ - Google เทรนด์</a></em></p><p><em><a href="https://sea.pcmag.com/consumer-electronics-reviews-ratings-comparisons/15643/amazon-echo-vs-google-home-which-voice-controlled-speaker-is-right-for-you">Amazon Echo vs. Google Home: Which Voice-Controlled Speaker Is Right for You? (pcmag.com)</a></em></p><p><em><a href="https://techgadgetscanada.com/use-augmented-reality-iphone-redecorate-home/">8 Augmented Reality apps that let you visualize home improvements on your phone - TechGadgetsCanada.com</a></em><br><br></p>]]></content:encoded></item><item><title><![CDATA[AddVentures ตั้ง 'ประกิจ วรวัฒนนนท์' นั่งแท่น กรรมการผู้จัดการ]]></title><description><![CDATA[https://techsauce.co/news/add-ventures-appoint-managing-director?fbclid=IwAR2gtVNHgYJBbRMatoCHeYuEkDU_hq4cKuSLExD4zTMDGhHTGzBQpDuhzrI]]></description><link>https://addventures.co.th/addventures-tang-prakicch-wrwathnnnth-nangaethn-krrmkaarphuucchadkaar/</link><guid isPermaLink="false">604728b217c90f013284460d</guid><category><![CDATA[News]]></category><dc:creator><![CDATA[AddVentures]]></dc:creator><pubDate>Tue, 09 Mar 2021 07:50:20 GMT</pubDate><media:content url="https://d2jv7hh2ykrwdm.cloudfront.net/2021/03/Add_venture1.jpg" medium="image"/><content:encoded/></item></channel></rss>